World News

‘วัคซีนโควิด’ คืบหน้า หนุน ‘ดาวโจนส์’ พุ่งกว่า 200 จุด

 

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (23 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ทะยานสูงขึ้น ท่ามกลางความหวังว่า อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า วัคซีนต้านโควิด-19 รายแรกของโลก จะได้รับอนุมัติการใช้งาน ทำให้มีความหวังมากขึ้นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีหน้า 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 29,490.36 จุด ทะยานขึ้น 226.88 จุด หรือ 0.78% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,575.22 จุด ปรับขึ้น 17.68 จุด หรือ 0.50% และดัชนีแนสแด็ก ที่ 11,879.33 จุด บวก 24.36 จุด หรือ 0.21%

Stocks ๒๐๑๐๑๖

ไฟเซอร์ อิงค์ บริษัทเวชภัณฑฺ์รายใหญ่สุด ของสหรัฐ และ ไบโอเอ็นเทค บริษัทยาชั้นนำเยอรมนี ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (อย.สหรัฐ) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อขออนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของทางบริษัทเป็นกรณีฉุกเฉิน

หาก FDA ให้การอนุมัติ ก็จะส่งผลให้ไฟเซอร์สามารถทยอยใช้วัคซีนดังกล่าวกับชาวอเมริกันกลุ่มต่างๆ โดยกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ จะได้รับการฉีดวัคซีนก่อน ขณะที่กลุ่มผู้ให้บริการในภาคส่วนที่สำคัญ ครูอาจารย์ คนจรจัด และนักโทษในเรือนจำ จะได้รับวัคซีนเป็นกลุ่มต่อไป ตามมาด้วยกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

ทั้งนี้ ไฟเซอร์นับเป็นบริษัทแรกที่ยื่นขออนุมัติการใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ต่ออย.สหรัฐ เป็นกรณีฉุกเฉิน โดยบริษัทระบุว่า วัคซีน BNT162b2 มีประสิทธิภาพมากถึง 95% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ซึ่งสูงกว่าวัคซีนของโมเดอร์นา อิงค์ ซึ่งให้ผล 94.5%

ส่วนแอสตร้าเซนเนกา เปิดเผยในวันนี้ว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งทางบริษัทพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดมีประสิทธิภาพ 90% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 หลังจากที่บริษัทระบุว่าก่อนหน้านี้ว่า ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่าวัคซีนมีค่าประสิทธิภาพเฉลี่ย 70%

นอกจากนี้ อย.สหรัฐ ยังได้ให้การอนุมัติการใช้แอนติบอดีของ Regeneron ในการรักษาโรคโควิด-19 ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยได้รับก่อนหน้านี้

นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวยืนยันว่า เขาจะไม่ออกคำสั่งล็อกดาวน์สหรัฐทั้งประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

“ผมจะไม่สั่งชัตดาวน์เศรษฐกิจ แต่ผมจะชัตดาวน์ไวรัส ผมขอย้ำว่าจะไม่มีการชัตดาวน์ทั้งประเทศ”

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงถูกกดดันจากการที่นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่าจะไม่ต่ออายุโครงการเงินกู้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ขณะนี้สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 12 ล้านราย และเสียชีวิตมากกว่า 260,000 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม