World News

สถิติชี้วอลล์สตรีทขึ้นก่อนวันรับตำแหน่ง ประธานาธิบดี แต่จากนั้น ‘กระทิง หรือ หมี’ ?

กว่านายโจ ไบเดน จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ  อย่างเป็นทางการ ก็คงต้นปีหน้า ในขณะที่สหรัฐฯยังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 รุนแรง และ เศรษฐกิจของประเทศยังไม่มีทีท่าว่าจะไปทางไหน ระหว่างการฟื้นตัวกับถดถอยลงไปอีก

แต่ตลาดหุ้นสหรัฐได้ทะยานขึ้น ตั้งแต่มีแนวโน้มว่านายไบเดนจะชนะเลือกตั้ง และมีข่าวที่กระตุ้นตลาดทั่วโลกอย่างแรง นั่นคือ ความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะทำให้มาตรการล็อกดาวน์ต่าง ๆ ที่เกิดในหลายประเทศทั่วโลกคลี่คลายลง หากวัคซีนมีประสิทธิจริง

ตลาดกำลังมองไปข้างหน้า เพราะขณะนี้ความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งได้ผ่านพ้นไปแล้ว ถึงอย่างไร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ไม่สามารถพลิกผลการเลือกตั้งให้เป็นอย่างอื่นไปได้ แม้จะมีการประท้วงหรือฟ้องร้องว่าการเลือกตั้งมีการทุจริต บรรดานักลงทุนมองข้ามช็อตไปในปีหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนโยบายของนายโจ ไบเดน

ตลาดหุ้นสหรัฐ  ก็เหมือนกับตลาดหุ้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก มักจะ “วิ่ง” ไปล่วงหน้าตามการคาดการณ์ของบรรดานักลงทุน ไม่ว่าจะ “วิ่งขึ้นหรือลง” ซึ่งหลังการเลือกตั้งตลาดหุ้นยังปรับตัวได้ดี แต่จะยืนอยู่ได้นานแค่ไหน หรือ จะไปต่อ ซึ่งหากย้อนกลับไปดูการเลือกตั้งสหรัฐฯกับตลาดหุ้นในอดีตจะเห็นว่าหาแบบแผนที่แน่ชัดไม่ได้

ตลาดหุ้นสหรัฐ

ในครั้งนี้ก็เช่นกัน นอกจากเรื่องคาดการณืผลการเลือกตั้งแล้ว มีประเด็นวัคซีนโควิด-19 มาช่วยหนุน ทำให้ดัชนี S&P 500 ทะยานกว่า 5% ในช่วง 5 วันหลังการเลือกตั้ง 3 พ.ย. ซึ่งตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมากที่สุดช่วงหลังเลือกตั้งในรอบ 40 ปี

เมื่อดูในช่วงระหว่างวันเลือกตั้ง จนถึงวันสาบานตนรับตำแหน่งในสมัยของประธานาธิบดีทรัมป์ ตลาดหุ้นสหรัฐขยับขึ้น โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งตลาดหุ้นได้รับแรงหนุนจากนโยบายลดภาษี ซึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้น

ย้อนกลับสมัย ประธานาธิบดี บารัค โอมาบา เมื่อได้รับเลือกตั้งครั้งแรก นับว่าโชคร้าย เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐจมดิ่งจากวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ ดัชนี S&P 500 ร่วงหนัก 15.5% ระหว่างช่วงชนะเลือกตั้งจากวันที่ 4 พ.ย. 2008 และรับตำแหน่งวันที่ 20 ม.ค. 2009

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีของตลาดหุ้น แม้ว่านักลงทุนจะมองว่ามีความเสี่ยงอีกมาก แต่ตลาดหุ้นก็ต้อนรับประธานาธิบดีใหม่อย่างคึกคัก แม้ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ประกอบด้วยใครบ้าง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนในตลาดคาดหวังว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะดีขึ้น รวมทั้งความขัดแย้งทางการค้าในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์จะคลี่คลายลง

ธนาคารกลางสหรัฐ ยังคงสนับสนุนตลาดในช่วงต้นของยุคนายโจ ไบเดน ซึ่งเช่นเดียวกับที่ออกมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐมาตลอดปี 2020 เนื่องจากผลกระทบโควิด โดยสามารถสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนในปีนี้ และต่อเนื่องถึงปีหน้า จะเป็นอีกปัจจัยที่หนุนตลาด

อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอดีต ดัชนี S&P 500 หลังเลือกตั้ง 5 วัน มีทั้ง “ขึ้น-ลง” แต่หลังรู้ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้วจะปรับขึ้นราว 2-3 เดือนจากสถิติการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยเลือกตั้ง 10 สมัย หุ้นปรับขึ้นในช่วง 2-3 เดือนเลือกตั้ง 8 สมัย โดยยังไม่ถึงวันสาบานตนรับตำแหน่ง

แต่หลังจากนั้น นักลงทุนในตลาดก็จะมองไปข้างหน้าถึงนโยบายของรัฐบาลใหม่ ทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศและนโยบายต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงตลาดหุ้นทั่วโลก ที่นับวันจะแยกกันไม่ออก

อ่านข่าวเพิ่มเติม