World News

ทำความรู้จัก ‘โยชิฮิเดะ สุกะ’ ว่าที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น คนใหม่

พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) พรรครัฐบาลของญี่ปุ่น เลือก “โยชิฮิเดะ สุกะ” หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น แทนที่ “ชินโซ อาเบะ” ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ เพราะปัญหาด้านสุขภาพ

ในการลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ในวันนี้ (14 ก.ย.) นายสุกะ วัย 71 ปี ได้คะแนนทิ้งห่างแบบขาดลอย จากคู่แข่งทั้ง 2 คน คือ “ชิเกรุ อิชิบะ” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ “ฟุมิโอะ คิชิดะ” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยที่นายสุกะได้คะแนนทั้งสิ้น 377 คะแนน นายคิชิดะได้ 89 คะแนน และนายอิชิบะได้ 68 คะแนน

โยชิฮิเดะ สุกะ

ในการประชุมรัฐสภาญี่ปุ่น สมัยวิสามัญ ในวันพุธนี้ (16 ก.ย.) เป็นที่ค่อนข้างแน่นอนว่า นายสุกะจะได้รับเลือกขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลคนใหม่ เนื่องจากแอลดีพีครองเสียงข้างมากอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนในสภาสูง เมื่อรวมกับเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง พรรคโคเมอิโตะแล้ว ก็มีคะแนนเสียงข้างมากอยู่เช่นกัน
“โยชิฮิเดะ สุกะ” คือใคร

ที่ผ่านมา นายสุกะ ค่อนข้างจะเก็บเนื้อเก็บตัวมาโดยตลอด และเพิ่งมาแสดงตัวอย่างเด่นชัดมากขึ้น เมื่อตัดสินใจลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแอลดีพี ต่อจากนายอาเบะ
อย่างไรก็ดี นายสุกะ ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินนโยบายในหลายๆ ด้านของรัฐบาล ซึ่งบางครั้งก็ดำเนินการด้วยกลวิธีที่หนักหน่วง

นายสุกะ มีพื้นเพมาจากครอบครัว ที่มีบิดาเป็นเกษตรกร ทำไร่สตรอเบอรี ในเมืองอากิตะ ส่วนมารดาเป็นครู ซึ่งในฐานะบุตรชายคนโต เขาถูกคาดหมายว่า จะต้องมารับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว

แต่ความคาดหมายดังกล่าว ไม่ใช้สิ่งที่เขาต้องการ ถึงขั้นที่ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปลาย เข้ามาหางานทำในกรุงโตเกียว และได้เข้าทำงานที่โรงงานผลิตกระดาษแข็ง แต่ทำได้ไม่นานนัก ก็ลาออก และเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโฮเซอิ

เขาเคยเล่าว่า ในช่วงเวลาที่กำลังเรียนอยู่นั้น เขาไม่สนใจกระแสการประท้วงของนักศึกษา ที่ต่อต้านการเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคง ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐ และสงครามเวียดนาม ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในเวลานั้น เพราะต้องยุ่งอยู่กับการทำงาน หลายๆ งานพร้อมกัน อาทิ ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และผู้ช่วยระดับล่างในสำนักข่าว เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอม เขายังหาเวลาไปเล่นกีฬา และได้เป็นรองกัปตันทีมคาราเต้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว นายสุกะ ได้ทำงานเป็นเลขานุการของ นายฮิโกะซาบูโระ โอโกโนงิ สมาชิกสภาพรรคแอลดีพี มานานถึง 11 ปี ก่อนจะตัดสินใจเดินตามความฝันเข้าสู่วงการการเมือง ลงสมัครชิงสมาชิกสภาท้องถิ่น จนสามารถคว้าชัยชนะได้เป็นสมาชิกสภาเมืองโยกาฮามา เมื่อเดือนเมษายน 2530

นายสุกะ ซึ่งขณะนั้นเป็น นักการเมือง ‘หน้าใหม่’ ‘โนเนม’ ใช้วิธีลงพื้นที่หาเสียงเดินเคาะประตูบ้าน พบปะหาเสียงกับชาวบ้านมากถึง 30,000 หลัง ทั้งเขายังถือเป็นนักการเมืองคนแรกของญี่ปุ่น ที่บุกเบิกริเริ่มการปราศรัยหาเสียงบริเวณหน้าสถานีรถไฟ ซึ่งมีประชาชนสัญจรไปมาคับคั่ง จนได้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการหาเสียงของผู้สมัครลงเลือกตั้งในญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน
โยชิฮิเดะ สุกะ

โอกาสของเขาในการเข้าสู่การเมืองระดับชาติ เกิดขึ้นในปี 2539 เมื่อลูกชายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสูงวัยรายหนึ่ง ซึ่งกำลังจะเข้ารับช่วงลงสมัคร ส.ส. ต่อจากบิดา เกิดเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ทำให้มีที่ว่างสำหรับผู้สมัครในพรรคเสรีประชาธิปไตย โดยเขาชนะเลือกตั้งได้เป็น ส.ส. ครั้งแรกเมื่ออายุ 47 ปี

นายสุกะ สร้างภาพลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา ในฐานะผู้ชายที่สร้างตัวเองขึ้นมาจากการทำงานหนัก ซึ่งภูมิหลังของเขาตรงกันข้ามอย่างมาก กับนายอาเบะ ที่มาจากตระกูลนักการเมือง และถูกเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมาเพื่อเข้าสู่เส้นทางการเมืองโดยเฉพาะ

เกือบ 8 ปีที่ผ่านมา นายสุกะ ทำหน้าที่เป็นโฆษกประจำตัวของนายอาเบะ ในการส่งสารไปถึงชาวญี่ปุ่น และชาวโลกในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ ไปจนถึงนโยบายเศรษฐกิจ การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และการจัดการรับมือ กับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19

ในฐานะเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายสุกะ ถือว่าเป็นทั้งผู้ช่วย และที่ปรึกษาของนายอาเบะ รวมทั้งยังมีบทบาทในฐานะเป็นผู้จัดการรัฐบาล  โดยเขามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้รัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยว และแรงงานต่างชาติ รวมทั้งการลดค่าโทรศัพท์มือถือ

นอกจากนี้  ยังเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประกาศชื่อรัชสมัยใหม่ ‘เรวะ’ ที่เริ่มต้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดา อดีตสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ที่ทรงสละราชบัลลังก์

ที่มา : สำนักข่าวเกียวโด

อ่านข่าวเพิ่มเติม