World News

‘ดาวโจนส์’ ทะยานต่อเนื่อง อานิสงส์ ‘เฟด’ เปลี่ยนนโยบายเงินเฟ้อใหม่

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (28 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ดาวโจนส์ทะยานต่อเนื่องจากวานนี้ (27 ส.ค.) หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นเวลานาน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุด ที่ 28,579.23 จุด ปรับขึ้นมา 86.96 จุด หรือ 0.31% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,494.70 จุด บวก 10.15 จุด หรือ 0.29% และดัชนีแนสแด็กที่ 11,696.98 จุด เพิ่มขึ้น 71.65 จุด หรือ 0.62%

Stocks ๒๐๐๘๒๘

นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ ซึ่งเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิม เพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐ

การประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินดังกล่าว จะส่งผลให้เฟดไม่ต้องรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่ออัตราว่างงานลดลง ตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อไม่ได้ดีดตัวสูงขึ้น

นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดจะใช้เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อ มีความยืดหยุ่น และสามารถดีดตัวขึ้นเหนือ 2% แทนที่จะกำหนดเป้าหมายตายตัวที่ 2%

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนกรกฎาคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.5% หลังจากพุ่งขึ้น 6.2% ในเดือนมิถุนายน

ก่อนหน้านี้ การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลง 12.6% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในปี 2502

การใช้จ่ายของผู้บริโภคได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากมีการปิดเศรษฐกิจ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้มีการปิดร้านค้าต่างๆ ส่งผลให้มีผู้ตกงานจำนวนมาก และฉุดอุปสงค์ในการใช้จ่ายสินค้า

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยด้วยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกรกฎาคมเมื่อเทียบรายเดือน หลังจากดีดตัวขึ้น 0.5% ในเดือนมิถุนายน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE เพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนกรกฎาคม

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร และพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกรกฎาคม  ซึ่งเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐานดีดตัวขึ้น 1.3% ในเดือนดังกล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม