World News

WSJ ชี้เศรษฐกิจ ‘จีน’ จะใหญ่เท่า ‘สหรัฐ’ ภายใน 8 ปี มีโควิด-19 เป็นตัวเร่ง


WSJ ชี้ เศรษฐกิจ “จีน” จะใหญ่ทัดเทียม “สหรัฐ” ภายใน 8 ปีข้างหน้า โดยการฟื้นตัวจากโควิด-19 ที่รวดเร็ว ทำให้แดนมังกรก้าวหน้าเร็วขึ้นถึง 2 ปี

บทความ “เศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัว, แซงหน้าสหรัฐ” (China’s Economy Is Bouncing Back—And Gaining Ground on the U.S.) ที่เผยแพร่ใน หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (25 ส.ค. 63) ระบุว่า ขณะที่ทั่วโลกดิ้นรนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เศรษฐกิจจีนกำลังเริ่มฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ โดยมีแต้มห่างจากเศรษฐกิจสหรัฐ เพียงเล็กน้อย

เศรษฐกิจ จีน สหรัฐ

บทความระบุว่า จีนเป็นประเทศ เศรษฐกิจ ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่คาดว่าจะเติบโตในปีนี้ โดย เจ.พี. มอร์แกน (J.P. Morgan) ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2563 ขึ้นเป็น 2.5% จากเดิม 1.3% ในเดือนเมษายน 2563 เช่นเดียวกับกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโลก (World Bank) และอื่นๆ

จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกในแง่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แท้จริง กำลังไล่ตามสหรัฐ อย่างช้าๆ โดยกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า การฟื้นตัวจากโรคโควิด-19 อย่างรวดเร็วของจีน จะช่วยเร่งให้จีนก้าวทันสหรัฐได้เร็วยิ่งขึ้น

 

ปี 2571 เศรษฐกิจ “จีน-สหรัฐ” ใหญ่เท่ากัน

โฮมี คารัส นักวิชาการอาวุโสด้านเศรษฐศาสตร์และการพัฒนาระดับโลกจากสถาบันบรูกกิงส์ (Brookings Institution) กล่าวว่า โรคโควิด-19 ทำให้ เศรษฐกิจ จีน เดินหน้าไปตามการคาดการณ์ว่า จะสามารถเบียดขึ้นมาเท่าเทียมกับ สหรัฐ ได้ในปี 2571 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า ในแง่ของค่าสัมบูรณ์ (absolute terms) ซึ่งใช้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ คาดการณ์ครั้งล่าสุด มาถึงเร็วกว่าคาดการณ์ก่อนเกิดการระบาดใหญ่ถึง 2 ปี

โดยเขาเผยผ่านบทความว่า “จีนจะพัฒนาอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในฐานะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา”

บทความเผยว่าโรงงานหลายแห่งของจีน เป็นโรงงานแห่งแรกของโลกที่กลับมาเปิดให้บริการในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นโอกาสที่ช่วยให้จีนสามารถคว้าส่วนแบ่งการตลาดในการค้าโลกมาครองได้สำเร็จ

ขณะที่บริษัทหลายแห่งตั้งแต่แมริออต อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ไปจนถึงสตาร์บัคส์ (Starbucks) ในจีน มีรายงานการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 2 สวนทางกับอีกหลายประเทศทั่วโลก

รถไฟ จีน

บทความเสริมว่าดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ธนาคารใหญ่สุดของเยอรมนี คาดการณ์ก่อนเกิดการระบาดใหญ่ว่าเศรษฐกิจของจีนจะเติบโตราว 26% ระหว่างปี 2562-2566 เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ 8.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน

แต่หากพิจารณาถึงผลกระทบของการระบาดใหญ่ในขณะนี้ ธนาคารฯ คาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะหดตัวลงเล็กน้อยอยู่ที่ 24% ขณะที่สหรัฐจะอยู่ที่ 3.9% ซึ่งน้อยกว่าครึ่งของเลขประมาณการเดิม

อย่างไรก็ดี จีนยังคงเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการส่งออกของจีนคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของผลผลิตทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องพึ่งพาลูกค้าในสหรัฐและยุโรป ขณะเดียวกันจีนก็ยังต้องป้องกันไม่ให้โรคโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดในประเทศอีกครั้ง

 

วิสัยทัศน์ปฏิรูปจีนของ สีจิ้นผิง

เนื่องจากวันนี้ (26 ส.ค. 63) เป็นวันครบรอบ 40 ปีการก่อตั้งเขต เศรษฐกิจ พิเศษเซินเจิ้นในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในการขับเคลื่อนการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน

สำนักข่าวซินหัวจึงได้รวบรวมสรุปวาทะอันโดดเด่นของ สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน สีจิ้นผิง ซึ่งเน้นย้ำถึงการปฏิรูปโดยรวมเชิงลึกและส่งเสริมการเปิดประเทศในหลากหลายวาระ ดังต่อไปนี้

“การปฏิรูปและเปิดประเทศเป็นภารกิจที่ดำเนินไปไม่มีวันสิ้นสุด หากไร้การปฏิรูปและเปิดประเทศ จีนจะไม่เป็นจีนอย่างในทุกวันนี้ และจะไม่มีโอกาสสำหรับอนาคตที่สดใส”

“นวัตกรรมคือเส้นชีวิตแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศ”

เศรษฐกิจ จีน สหรัฐ

“การเปิดกว้างนำมาซึ่งความก้าวหน้า การแยกตัวนำไปสู่ความล้าหลัง จีนไม่อาจพัฒนาอย่างโดดเดี่ยวจากประเทศอื่นๆ และโลกก็ต้องการจีนเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของโลกเช่นกัน”

“ตลาดจีนใหญ่มหาศาลอย่างที่คุณควรจะมาเห็นว่า เราสามารถให้อะไรได้บ้าง”

เราจะสร้างรูปแบบการพัฒนาใหม่ที่ยึดตลาดในประเทศเป็นแกนสำคัญ และช่วยให้ตลาดในประเทศและต่างประเทศส่งเสริมซึ่งกันและกัน

“สถานะของจีนจะเติบโตขึ้นใน เศรษฐกิจ โลกอย่างต่อเนื่องด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกว่าเดิม และจีนก็จะมอบโอกาสทางการตลาดที่กว้างขึ้นให้แก่ประเทศอื่นๆ ด้วย”

เศรษฐกิจ จีน

อย่างไรก็ตาม เมื่อกลางปีผ่านมา รัฐบาลจีนได้ระงับการกำหนดเป้าหมายการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำปี 2563 และยืนยันที่จะเพิ่มการใช้จ่ายและการปล่อยกู้เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลจีนไม่ได้กำหนดเป้าหมาย GDP นับตั้งแต่ปี 2533 เมื่อรัฐบาลเริ่มที่จะเปิดเผยเป้าหมายดังกล่าว  โดยในไตรมาสแรกของปี 2563 เศรษฐกิจ จีนหดตัวลง 6.8% ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบหลายสิบปี เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการใช้จ่าย

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม