ดูหนังออนไลน์
World News

โควิด-19: แคนาดา-สหรัฐ เห็นพ้องขยายปิดพรมแดนรอบ 4 สกัดไวรัส

ขยายเวลา ปิดพรมแดนแคนาดา-สหรัฐ รอบ 4 ถึงวันที่ 21 ส.ค. 63 หลังตัวเลขผู้ป่วยในอเมริกาพุ่งไม่หยุด ล่าสุดทะลุ 3.4 ล้านราย

เมื่อวานนี้ (14 ก.ค. 63) สำนักข่าวซีทีวี นิวส์ (CTV News) รายงานว่า แคนาดาและสหรัฐเห็นพ้องจะขยายระยะเวลาการ ปิดพรมแดน แคนาดา-สหรัฐ สำหรับการเดินทางที่ไม่จำเป็นต่อไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2563 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

รายงานระบุว่า ข้อตกลงการปิดพรมแดนดังกล่าว ซึ่งจะได้รับการประเมินสถานการณ์ทุกเดือน เดิมมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 โดยการขยายเวลาปิดพรมแดนสำหรับการเดินทางที่ไม่จำเป็นครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 หลังมีการประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

ปิดพรมแดน แคนาดา-สหรัฐ

ปิดพรมแดน แคนาดา-สหรัฐ ห้ามท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวอนุญาตให้มีการเดินทางที่เกี่ยวกับการค้าและการพาณิชย์ รวมถึงการเดินทางของแรงงานชาวต่างชาติและผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลสุขภาพชั่วคราว เช่น พยาบาลที่อาศัยและทำงานอีกฟากของชายแดน สามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้ตามปกติ ขณะที่นักท่องเที่ยวและการเดินทางข้ามพรมแดนทั่วไปยังคงถูกจำกัดต่อไป

การขยายระยะเวลาครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ร่วมหารือทางโทรศัพท์เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงการ ปิดพรมแดน แคนาดา-สหรัฐ

“เราตระหนักว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ในสหรัฐ ยังคงมีความซับซ้อน” ทรูโดกล่าว “ทุกเดือนเราสามารถขยายระยะเวลาการปิดพรมแดน สำหรับการเดินทางทุกประเภท ยกเว้นการขนส่งสินค้าและบริการที่จำเป็น ขณะที่การเดินทางประเภทอื่นๆ ยังคงอยู่ระหว่างการหารือ”

ผลสำรวจจากนาโน (Nano) ครั้งล่าสุดพบชาวแคนาดามากกว่า 80% พึงพอใจจะจำกัดการเดินทางข้ามพรมแดนต่อไป ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบางคนแนะนำให้ ปิดพรมแดน แคนาดา-สหรัฐ จนถึงสิ้นปี 2563 เป็นอย่างน้อย เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐยังไม่สามารถควบคุมได้

ปิดพรมแดน แคนาดา-สหรัฐ

ยอดป่วยโควิด-19 สหรัฐ ทะลุ 3.4 ล้านราย 

ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ รายงานว่า ล่าสุดสหรัฐ มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 3,431,574 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 136,466 ราย เมื่อนับถึงเวลา 11.34 น. ของวันนี้ (15 ก.ค. 63) ตามเวลาประเทศไทย

นิวยอร์ก ยังคงเป็นรัฐที่เกิดการแพร่ระบาดรุนแรงที่สุดของประเทศ โดยมีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 403,175 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 32,408 ราย ส่วนรัฐที่มียอดผู้ป่วยเกิน 150,000 ราย ได้แก่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา เท็กซัส นิว เจอร์ซี และอิลลินอยส์

ด้านหน่วยงานสาธารณสุขเทศมณฑลลอสแอนเจลิสรายงานเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 การตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 4,244 ราย และจำนวนผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในปัจจุบันรวมอยู่ที่ 2,103 ราย ซึ่งทั้งสองตัวเลขพุ่งสูงทำสถิติใหม่

เมื่อนับถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นเทศมณฑลที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในสหรัฐด้วยจำนวนกว่า 10 ล้านคน มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 140,307 ราย ซึ่งคิดเป็น 9% ของผู้มีผลตรวจโรคเป็นบวกทั้งหมด เมื่อเทียบจากผลตรวจโรคของประชาชนกว่า 1,387,000 คน

XxjpbeE007495 20200317 PEPFN0A001 scaled 1

วันเดียวกับที่ลอสแอนเจลิสมียอดผู้ป่วยใหม่สูงสุดครั้งใหม่ รัฐแคลิฟอร์เนียตรวจพบผู้ป่วยใหม่ 7,346 ราย ซึ่งนับเป็นวันที่ 4 ของการมีผู้ป่วยใหม่เกิน 7,000 รายต่อวันในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอัตราผลตรวจโรคเป็นบวกของแคลิฟอร์เนียอยู่ที่ 7.1% ในระยะเวลาเฉลี่ย 14 วัน

แกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศชะลอแผนการเปิดเมืองครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 เนื่องจาก “ยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยังคงพุ่งสูงในอัตราที่น่าหวั่นใจ” โดยลอสแอนเจลิสได้ออกคำสั่งใหม่ให้ธุรกิจในร่มส่วนใหญ่ อาทิ บาร์ ศูนย์ออกกำลังกาย โรงภาพยนตร์ ร้านเสริมสวย และห้างสรรพสินค้า ปิดทำการ

ด้านเอริก การ์เซตตี นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส กล่าวเตือนว่า ลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ อาจต้องปิดเมืองอีกครั้งเนื่องจากระบบเฝ้าระวังความเสี่ยงโรคโควิด-19 ระดับท้องถิ่นอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหากปรับขึ้นถึงระดับสีแดงเมื่อใด ลอสแอนเจลิสจะออกกฎห้ามประชาชนออกจากบ้าน ยกเว้นไปทำงานหรือทำภารกิจสำคัญเท่านั้น

ลอสแอนเจลิสกำลังเผชิญความเสี่ยงใกล้ถึงระดับสีแดงแล้ว” การ์เซตตีกล่าวระหว่างแถลงข่าวออนไลน์ “ทั้งหมดทั้งมวลล้วนขึ้นอยู่กับเรา”

ทรัมป์

วอนสวมหน้ากากอนามัย

ด้าน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐ เรียกร้องชาวอเมริกันทุกคนสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

“หน้ากากผ้าเป็นหนึ่งในอาวุธสุดทรงพลังที่เราใช้ชะลอและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ โดยเฉพาะเมื่อคนในชุมชนใช้กันทุกคน ชาวอเมริกันล้วนมีความรับผิดชอบในการปกป้องตนเอง ครอบครัว และชุมชนของตน” แถลงการณ์ของโรเบิร์ต เรดฟิลด์ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ระบุ

ศูนย์ฯ ได้ออกแถลงการณ์หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะเป็นครั้งแรก ขณะเดินทางเยือนโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐแมริแลนด์

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม