World News

หวั่นไฟลามทุ่ง! ชี้ยักษ์ค้าน้ำมันสิงคโปร์ล้ม อาจทำแบงก์ทิ้งอุตฯ พลังงาน


หนึ่งในผู้ค้าน้ำมันรายสำคัญของสิงคโปร์ “Hin Leong Trading” (ฮิน หลง เทรดดิ้ง) กำลังดิ้นรนเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ดิ่งลงอย่างหนัก และการโดนตรวจสอบครั้งใหญ่ จากบรรดาธนาคาร ที่ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม จนทำให้บริษัทเทรดดิ้งรายนี้ ตกอยู่ในภาวะเงินสดขาดมือ

oill 123
เรือหลายลำทอดสมออยู่ใกลก้บโรงกลั่นน้ำมันเกาะจูร่ง ของสิงคโปร์

เมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) Hin Leong ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการชำระหนี้มูลค่าเกือบ 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 129,000 ล้านบาท กับธนาคารมากกว่า 20 แห่ง ซึ่งแม้ Hin Leong จะไม่ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้บริษัทต้องเจอกับหายนะทางการเงิน แต่ความต้องการน้ำมันที่ซบเซาอย่างรุนแรง ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระจายไปทั่วโลกนั้น อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้รายงานของบริษัทหดหายไปจนถึงจุดที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้

ความผันผวนในตลาดค้าน้ำมัน ที่ทำให้เกิดปัญหาจำนวนมากขึ้นกับบริษัทในขณะนี้ สามารถนำย้อนหลังไปได้หลายปี โดยพบว่า Hin Leong ได้ดำเนินการปกปิดตัวเลขขาดทุนจากการซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าไว้มากถึง 800 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังขายน้ำมันดิบที่ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารออกไปอีกด้วย เหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทกำลังโดนทางการสิงคโปร์เข้าสอบสวน

ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19  ที่ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักไปทั่วโลก ยังทำให้ภาคธนาคารมีความกังวลมากขึ้น ต่อการที่จะปล่อยกู้ให้กับบริษัทค้าน้ำมัน และบริษัทขนส่งสินค้าทางเรือ โดยให้เหตุผลถึงแนวโน้มที่ไร้เสถียรภาพ สถานการณ์ที่ทำให้เกิดความวิตกเพิ่มขึ้นเช่นกันว่า อาจจะทำให้ธุรกิจขนาดกลาง และย่อม ล้มละลายมากขึ้น

ทางด้าน ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า การล้มละลายของ Hin Leong ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่สุดของสิงคโปร์รายนี้ อาจทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่อุตสาหกรรมโภคภัณฑ์ท้องถิ่น ที่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในการทำธุรกิจอยู่แล้ว ต้องเจอกับภาวะขาดสภาพคล่อง และทำให้เกิดกระแสการผิดนัดชำระหนี้ และล้มละลายขึ้นมา

บรรดานักลงทุน และนักวิเคราะห์ต่างเตือนว่า มีแนวโน้มที่ธนาคารจะทิ้งความเสี่ยงในอุตสาหกรรมนี้ หลังจากที่ Hin Leong ซึ่งมีหนี้จำนวนมหาศาล ยื่นคำร้องขอพิทักษ์ทรัพย์ภายใต้กฎหมายล้มละลาย ซึ่ง Hin Leong ถือเป็นผู้ค้าโภคภัณฑ์รายที่ 2 ของสิงคโปร์ ที่ตกอยู่ในภาวะล่มสลายทางการเงิน ในช่วงเวลาห่างกันไม่กี่สัปดาห์ ผลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ความต้องการ และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงอย่างรุนแรง

“คำถามสำคัญสำหรับเรื่องนี้อยู่ตรงที่ว่า บริษัทเทรดดิ้งรายใหญ่ ที่ต้องพึ่งงบดุลจำนวนมหาศาล จะสามารถอยู่รอดไปได้กับราคาโภคภัณฑ์ในระดับปัจจุบันหรือไม่ เราอาจจะเห็นการควบรวมกิจการครั้งใหญ่เกิดขึ้น โดยมีบริษัทเทรดดิ้่งรายใหญ่ 3 หรือ 4 รายเท่านั้น ที่สามารถเอาตัวรอดได้” ผู้ก่อตั้งกองทุนบริหารความเสี่ยงแห่งหนึ่งในฮ่องกง กล่าว