World News

จับตาประชุมเฟด!! เมินทรัมป์วิจารณ์ เดินตามแผนขึ้นดอกเบี้ย

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม ในการประชุมวันพุธนี้ (1 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น

fed2

แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ยังเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ตามแผนที่วางไว้ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำประเทศ จะออกมาวิจารณ์ถึงการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ตั้งแต่ต้นปี 2561 เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคม และมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การปรับดอกเบี้ยครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นภายในเดือนกันยายน และพฤศจิกายน โดยนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 เป็นต้นมา คณะเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของเฟด ขึ้นดอกเบี้ยมาแล้ว 7 ครั้ง

เฟดจะประกาศการตัดสินใจในเวลาประมาณ 14.00 น วันพุธ (1 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่า จะมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย จากการประชุมในเดือนมิถุนายนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งในครั้งนั้น เฟดเน้นถึงเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วขึ้น ภาคธุรกิจลงทุนแข็งแกร่ง และเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเร็วสุดในรอบเกือบ 4 ปี ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา จากการที่ผู้บริโภคใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และเกษตรกรเร่งส่งออกถั่วเหลืองไปยังจีน เพื่อเลี่ยงโดนเก็บภาษีตอบโต้นโยบายของรัฐบาลสหรัฐ

ผู้เชี่ยวชาญยังคาดว่า ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนที่ทางการสหรัฐ จะประกาศในวันนี้ (31 ก.ค.) น่าจะสูงขึ้น 2.0% จากปีที่แล้ว ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อขยับเพิ่มขึ้น 2 เดือนติดต่อกัน และบรรลุเป้าหมาย 2.0% ที่เฟดตั้งเป้าไว้

เมินเสียงวิจารณ์ทรัมป์

fed

เหล่านักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในปีนี้ และตลอดปี 2562 แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่คณะเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย จะต้องมีการถกเถียงกันถึงดอกเบี้ยในระดับที่เรียกว่า “neutral rate” ซึ่งเป็นจุดที่นโยบายการเงินจะต้องไม่ผ่อนคลาย หรือเข้มงวดมากเกินไป

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลถึงเรื่องผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ กับจีน ที่อาจหนุนให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนของบริษัทต่างๆ

นักวิเคราะห์ประเมินด้วยว่า ระดับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด น่าจะต่ำกว่าวงจรเศรษฐกิจครั้งที่ผ่านมาอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ยังแสดงความกังวลว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจ อาจได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ท่าทีที่แหวกธรรมเนียมผู้นำคนก่อนๆ ของแดนอินทรี ที่ไม่เคยมีใครออกมาแสดงความเห็นในนโยบายของเฟด

กระนั้นก็ตาม บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างพยายามลดความร้อนแรงในการแสดงความเห็นของทรัมป์ ด้วยการออกมาระบุว่า ผู้นำสหรัฐไม่ได้หาทางเข้าไปมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเฟดแต่อย่างใด

แม้ว่าทรัมป์จะเป็นผู้เลือก “เจอโรม พาวเวล” ประธานเฟด และ “แรนดัล ควอร์เลส” ผู้อำนวยการเฟดเอง รวมทั้งยังเสนอชื่อคณะกรรมการกำหนดนโยบายดอกเบี้ยอีก 3 คน ที่ยังรอวุฒิสภาลงมติอยู่ แต่นักสังเกตการณ์ระบุว่า ทรัมป์มีอิทธิพลต่อนโยบายของเฟดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำได้แค่เพียงการเปลี่ยนตัวบุคคลแบบที่เขาทำอยู่

“เห็นได้ชัดว่า พาวเวลเป็นคนที่ตระหนักในคุณค่าของความเป็นอิสระของเฟด ผมคาว่า พวกเขาจะไม่เปลี่ยนทิศทางเพราะได้รับแรงกดดันทางการเมือง”พอล แอชเวิร์ธ นักเศรษฐศาสตร์จากแคปิตัล อีโคโนมิค กล่าว