World News

แอมเนสตี้ชี้ รูปแบบทำธุรกิจ ‘กูเกิล-เฟซบุ๊ก’ คุกคามสิทธิ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล เปิดรายงานฉบับใหม่ ระบุ รูปแบบการทำธุรกิจแบบเก็บข้อมูลของ 2 ยักษ์เทคโนโลยี “กูเกิล” และ “เฟซบุ๊ก” เป็นภัยคุกคามต่อสิทธิมนุษยชนทั่วโลก

000 1KW75O 1

รายงาน “Surveillance Giants” หรือ “เฝ้าระวังยักษ์” ของแอมเนสตี้ ให้รายละเอียดว่า การนำเสนอบริการออนไลน์แบบไม่เสียเงิน จากนั้นจึงนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปใช้ตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายในโฆษณาที่ทำเงินให้กับบริษัท ถือเป็นการจำกัดขอบเขตของสิทธิ รวมถึง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออก

“แม้บริการที่บริษัทเหล่านี้จัดหามาให้จะมีคุณค่าที่แท้จริงอยู่ แต่แพลตฟอร์มของกูเกิล และเฟซบุ๊ก มาพร้อมกับต้นทุนในระบบ”

รายงาน ระบุด้วยว่า รูปแบบการทำธุรกิจ ที่มีพื้นฐานอยู่ที่การติดตามการใช้งาน ของทั้ง 2 บริษัทนั้น เป็นเหมือนการบีบให้คนต้องทำสัญญากับมาร (Faustian bargain) เพื่อที่จะทำให้พวกเขาสามารถเพลิดเพลินไปกับสิทธิมนุษยชนทางออนไลน์ของตัวเอง ด้วยการยอมทำตามที่ระบบคาดเดา บนพื้นฐานของการละเมิดสิทธิ

นอกจากนี้ ด้วยระบบการติดตามในวงกว้างนั้น ทำให้ 2 ยักษ์ใหญ่ออนไลน์ สามารถที่จะเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล ที่อาจนำไปใช้ในทางที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องการได้

รายงานย้ำว่า เฟซบุ๊ก และกูเกิล ได้เข้าครอบงำช่องทางสำคัญต่างๆ เกือบทั้งหมด ผ่านทางการเชื่อมต่อ และมีส่วนร่วมในโลกออนไลน์ของผู้คน ซึ่งทำให้ทั้ง 2 บริษัทมีอำนาจต่อชีวิตของคนในแบบที่เหนือความคาดหมาย

แอมเนสตี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ จัดวางนโยบายที่รับประกันได้ว่า จะเกิดการเข้าถึงบริการออนไลน์ และปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานไปพร้อมๆ กัน ทั้งยังบอกด้วยว่า ตลอดช่วงเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มีการปล่อยให้บริษัทเทคโนโลยีควบคุมตัวเองเป็นส่วนใหญ่

ทางด้านเฟซบุ๊กได้ออกมาโต้กลับรายงานดังกล่าว ด้วยการยืนยันว่า รูปแบบธุรกิจของบริษัท เป็นการเปิดทางให้บริษัทสามารถให้บริการที่สำคัญ ที่ผู้คนสามารถเคลื่อนไหวในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของตัวเองได้ มีสิทธิที่จะแสดงความเห็น และการแสดงออกอย่างเสรีภาพ และติดต่อกันได้อย่างเสรี