โรงงานราสลาฟฟาน ในกาตาร์ ซึ่งเป็นโรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องระงับการส่งออกเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 โดยวิกฤติครั้งนี้มีแนวโน้มจะส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงชนิดนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก
ข้อมูลจากการติดตามเรือขนส่งของ “เคปเลอร์” บริษัทวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกยืนยันว่า ไม่มีเรือบรรทุก LNG ออกจากโรงงานราสลาฟฟานมาเป็นเวลา 5 วันแล้ว และไม่มีเรือขนส่ง LNG ลำใดแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เลยนับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐ และอิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ทั้งนี้ ก๊าซ LNG ที่มีการบรรทุกในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นเพียงก๊าซจากถังเก็บสำรองเที่ยวสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.เท่านั้น
เหตุการณ์หยุดชะงักที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนที่โรงงานแห่งนี้ ซึ่งมีสัดส่วนการจัดหาก๊าซ LNG ถึงเกือบ 20% ของโลก เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีด้วยโดรนโดยอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้ราคาก๊าซในเอเชีย และยุโรปพุ่งสูงขึ้น
กลุ่มผู้นำเข้าในภูมิภาคเอเชียเริ่มได้รับผลกระทบอย่างหนักจน ต้องมองหาแหล่งพลังงานทดแทนหรือลดการจ่ายก๊าซให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและโรงงานผลิตปุ๋ยเป็นการชั่วคราว
นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากสถานการณ์การหยุดส่งออกนี้ยืดเยื้อต่อไป จะทำให้ตลาด LNG ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินในปัจจุบัน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ตลาดพลังงานโลกผันผวน ‘อียิปต์’ ขึ้นราคาเชื้อเพลิง 14-17%
- เตือนยึด ‘เกาะคาร์ก’ แหล่งส่งออกน้ำมันอิหร่าน ยิ่งทำวิกฤติราคารุนแรงขึ้น
- ‘ไออีเอ-จี7’ พร้อมเปิด ‘คลังสำรองน้ำมันฉุกเฉิน’ รับมือวิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ
ดิดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg