นักวิเคราะห์บูบีเอส ชี้ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และการค้าที่เพิ่มขึ้ นเป็นแรงผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ลดลง ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้น และความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจผลักดันให้ราคาทองโลกพุ่งสูงถึง 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหุ้นเหมืองแร่จะมีราคาที่ดีขึ้นกว่าเดิม
นายซาการ์ คานเดลวัล นักวิเคราะห์ของยูบีเอส โกลบอล เวลธ์ แนเนตเมนท์ แสดงความเห็นว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 60% ในปีนี้ สูงกว่าสินทรัพย์หลักทุกประเภท การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐ และความตึงเครียดทางการค้าที่กลับมาอีกครั้ง ทำให้เกิดแรงส่งใหม่เข้าสู่การซื้อขาย

“แม้ว่าขนาด และความเร็วของการพุ่งขึ้นของราคาทองคำ อาจหมายความว่า ความผันผวนอาจเพิ่มขึ้นจากจุดนี้ แต่เรายังคงมองว่าทองคำเป็นองค์ประกอบที่มีค่า ของกลยุทธ์การลงทุนที่ยืดหยุ่น”
เขาเตือนด้วยว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐ อาจลดลงสู่ระดับติดลบ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัวขึ้น และความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์อาจผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งสูงถึง 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ยูบีเอส คาดการณ์ว่า ความต้องการลงทุนในทองคำจะแข็งแกร่งขึ้น โดยคาดว่าความต้องการทองคำทั่วโลกในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 4,850 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554 นักลงทุนสามารถพิจารณาการลงทุนในหุ้นเหมืองทองคำที่คัดสรรแล้ว เนื่องจากกระแสเงินสดของพวกเขาอาจเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาทองคำในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ราคาทองคำยังน่าจับตา! เก็งกำไรอย่างระมัดระวัง กรอบ 4,150–4,350 ดอลลาร์
- แนวโน้มราคาทองวันนี้ 21 ต.ค. เตือน ‘ทองโลก’ อาจย่อตัวระยะสั้น หลังพุ่งแรง 4,381 ดอลล์
- ส่อง 3 ปัจจัยหนุนราคาทองคำ ส่งสัญญาณไปต่อ แนะสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg