ทั่วโลกตะลึง! ฐานสแกมเมอร์ “ปรินซ์คอมเพล็กซ์” พบร่องรอยโต๊ะ–เสื้อผ้า มีโรงอาหาร 500 ที่นั่ง ชี้เป็นเครือข่ายอาชญากรรม 4-5 พันคน
วันนี้ (17 ต.ค.) สำนักข่าว Yonhap News Agency ของเกาหลีใต้ ได้ออกมารายงานสภาพภายในของอาณาจักร ‘ปรินซ์คอมเพล็กซ์’ (Prince Complex) อดีตฐานแก๊งมิจฉาชีพใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดตาแก้ว ทางตอนใต้ของประเทศ ห่างจากพนมเปญราว 40 กิโลเมตร

ทีมเจ้าหน้าที่คณะทำงานร่วมของเกาหลีใต้ นำโดย ‘คิม จินา’ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางเยือนกัมพูชาเพื่อหารือการจัดการปัญหาการหลอกลวงการจ้างงานและการหลอกลวงออนไลน์ที่มีชาวเกาหลีใต้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มมากขึ้น โดยทางการกัมพูชายังได้นำคณะผู้แทนและสื่อเกาหลีใต้ไปเยี่ยมชม ‘ปรินซ์คอมเพล็กซ์’ (Prince Complex) อดีตฐานแก๊งมิจฉาชีพที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ภายใน ‘ปรินซ์คอมเพล็กซ์’ ได้ถูกเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเกาหลีเป็นครั้งแรก
‘ปรินซ์คอมเพล็กซ์’ เป็นแหล่งเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่ชาวต่างชาติ รวมถึงชาวเกาหลี ถูกควบคุมตัวและบังคับใช้แรงงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อโทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ หลังจากการปราบปรามครั้งใหญ่ของตำรวจท้องถิ่นในปีนี้ นับตั้งแต่มิถุนายนเป็นต้นมา ‘ปรินซ์คอมเพล็กซ์’ ได้ถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารประมาณ 30 นาย ภายในมีห้องสำนักงานที่ต้องสงสัยว่าเคยใช้สำหรับให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกลวงเหยื่อ รวมถึงมีร้านอาหารขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับคนได้มากกว่า 500 คน
สื่อของยอนฮับ รายงานว่า เห็นแผงขายอาหารข้างในที่มีเมนูอาหารจีนติดไว้ด้วย โดยร้านค้าส่วนใหญ่ในฐานนี้บริหารงานโดยชาวจีนที่หัวหน้าแก๊งชาวจีนจ้างมา และจ้างชาวกัมพูชาซึ่งมีค่าจ้างแรงงานค่อนข้างต่ำเป็นลูกจ้าง เจ้าของร้านค้าในเครือข่ายอาชญากรรมจะทำเงินจากการขายอาหารและสินค้าในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดให้กับผู้ที่ถูกจับมาเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ขณะที่ภายในสำนักงาน ‘ปรินซ์คอมเพล็กซ์’ พบทั้งโต๊ะ เก้าอี้ และเหยือกน้ำขนาดใหญ่ 10 ใบ ที่ยังอยู่ในห่อพลาสติก นอกจากนี้ ในหอพักที่กักขังชาวเกาหลีใต้ และชาวต่างชาติอื่นๆ พบว่ามีผ้าห่มและเสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่โดยไม่มีใครเคยหยิบจับมาก่อน

ต่อมา ‘พัค ซองจู’ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ ถามว่า “คุณจัดการกับคอมเพล็กซ์นี้ได้อย่างไร” เจ้าหน้าที่อาวุโสจากคณะกรรมการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ของกัมพูชา อธิบายว่า “เราได้รับรายงานการฉ้อโกงทางออนไลน์และเริ่มการสืบสวนแล้ว เมื่อตำรวจมาถึง คนร้ายได้หลบหนีไปแล้ว เหลือเพียงอุปกรณ์ของพวกเขาไว้” พร้อมกับบอกอีกว่า เราได้สืบสวนข่าวกรองอย่างละเอียดแล้ว แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่คนร้ายหลบหนีไปได้

ชาวกัมพูชาในพื้นที่ยังเปิดเผยกับ สื่อเกาหลีใต้ว่า ฐานแก๊งมิจฉาชีพหลายแห่งมีหอพักที่แออัด ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ร้านซักรีด ร้านตัดผม และแม้แต่บาร์ นี่เป็นเพราะในเครือข่ายอาชญากรรมที่ค่อนข้างใหญ่ มีคน 4,000 – 5,000 คน รวมถึงผู้จัดการและผู้ที่ถูกจับมา ทุกคนต้องอาศัยอยู่ในสถานที่เดียวอย่างถาวร จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

‘คิม จินา’ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่า การฉ้อโกงออนไลน์มีการจัดการอย่างเป็นระบบมากขึ้น และเครือข่ายเชื่อมโยงกันข้ามพรมแดน ความร่วมมือระหว่างสองประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตอบสนองอย่างรวดเร็วและการดำเนินการที่เหมาะสม กัมพูชาประกาศเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ได้จับกุมบุคคล 3,455 คน จาก 20 สัญชาติ ในปฏิบัติการปราบปรามแก็งมิจฉาชีพใน 18 จังหวัด รวมถึงกรุงพนมเปญ ระหว่างวันที่ 27 ก.ค. ถึง 14 ส.ค. บุคคลเหล่านี้ได้ก่ออาชญากรรม การฆาตกรรม การค้ามนุษย์ และการฉ้อโกงออนไลน์ ทำให้การปราบปรามครั้งนี้เป็นการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดในกัมพูชาในปีนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- นายกฯ ยืนยัน กัมพูชาทำไม่ครบ 4 ข้อไม่คุย หลังทรัมป์กดดันไทย ลงนามสันติภาพ
- ทูตเกาหลีใต้ เรียกร้อง UN ออกมาตรการปราบค้ามนุษย์ หลังพลเมืองตกเป็นเหยื่อในกัมพูชา
- สื่อเกาหลีใต้ เปิดภาพฐานปฏิบัติการ แก๊งอาชญากรรมกัมพูชา เชื่อใหญ่สุดในอาเซียน
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg