World News

‘เบน สมิธ’ ยันตกเป็นเหยื่อ โดนทำลายชื่อเสียง เล็งฟ้อง ‘ทอม ไรท์’ โจมตีมุ่งร้าย

“เบน สมิธ” หรือ “เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์” ออกแถลงการณ์ ระบุ ตกเป็นเหยื่อขบวนการจ้องทำลายชื่อเสียง ยืนยันประกอบอาชีพสุจริต ไม่เคยมีความผิดทางอาญาตามที่ถูกกล่าวหา ประกาศฟ้อง “ทอม ไรท์” เพื่อปกป้องชื่อเสียงตัวเอง ครอบครัว และธุรกิจ

นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) หรือ “เบน สมิธ” ได้ออกแถลงการณ์เป็นภาษาไทยว่า ตลอดระยะเวลาช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ตน และครอบครัว พร้อมหุ้นส่วนทางธุรกิจ ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการโจมตี เพื่อทำลายชื่อเสียง โดยอ้างว่า นายทอม ไรท์ เป็นผู้ลงมือ และบงการ การโจมตีดังกล่าว

เบน สมิธ

เขาระบุว่า นักข่าวต่างประเทศรายนี้ พยายามทำลายชื่อเสียงด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ และการกล่าวพาดพิงโดยมิได้ใช้ความระมัดระวังผ่านช่องทาง Project Brazen และ Whale Hunting ของเขา

ในแถลงการณ์นี้ เขายืนยันว่า การกระทำของนายทอม ไรท์ มิใช่การทำข่าวในฐานะสื่อโดยชอบธรรม แต่เป็นการโจมตีที่มีเจตนามุ่งร้ายอย่างชัดเจน พยายามฉายภาพให้สาธารณชนเห็นว่าเขาเป็นอาชญากรหนีคดี และสื่อว่าความสำเร็จในชีวิต และอาชีพการงานของเขามาจากการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และแก๊งคอลเซนเตอร์

“คำกล่าวอ้างเหล่านี้ เป็นการกุเรื่องที่ไม่มีมูลความจริง หรือหลักฐานใด ๆ”

นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ยืนยันว่า เขาไม่เคยเป็นผู้ทำความผิดทางอาญา หรือเป็นอาชญากรหนีคดีตามที่ถูกกล่าวอ้างอย่างผิด ๆ และกล่าวว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดมิได้มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีในประเทศนิวซีแลนด์ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เขาเริ่มทำงานนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สืบสวนสอบสวนแล้ว และได้ข้อสรุปว่าไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดทางอาญา

ในบรรดาข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จ มีข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุดได้แก่ข้อกล่าวหาที่ว่า เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ในประเทศกัมพูชา

“ผมขอยืนยันว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเรื่องที่ถูกกล่าวหานั้น ไม่ว่าทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ทั้งหมดล้วนเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง”

ส่วนกรณีที่เกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นของ Tiantian Ventures ซึ่งได้มีการตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นั้น ยืนยันว่า ไม่มีความเกี่ยวข้อง

บุคคลที่ปรากฏในภาพถ่ายต่าง ๆ ตามที่ปรากฏในสื่อไม่ใช่ตัวเขา และเขาไม่ใช่บุคคลที่ถูกกล่าวโทษโดย ก.ล.ต. เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

“วันนี้ ผม ครอบครัวของผม และกิจการของผม กำลังตกเป็นเหยื่อทางการเมืองที่มีการใช้วิธีการที่สกปรก เพื่อที่จะโจมตีบุคคลอื่น โดยมีผม ครอบครัวของผม และกิจการของผมเป็นเครื่องมือ”

“ผมขอยืนยันว่า ผมเป็นพลเมืองที่เคารพ และปฏิบัติตามกฎหมายของทุก ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ผมพำนักอาศัย เดินทาง หรือทำธุรกิจ ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นผู้ค้าและประกอบธุรกิจในประเทศไทย” 

เขาย้ำว่า ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ด้วยความรับผิดชอบ และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ

นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ระบุว่า นายไรท์ ไม่เคยติดต่อ หรือขอสัมภาษณ์เขาโดยตรง ดังเช่นบุคคลที่เรียกตนเองว่าเป็นสื่อคุณภาพ และมีจริยธรรม ควรกระทำ สิ่งที่นายไรท์ทำลงไปนั้นไม่ใช่การรายงานข่าว แต่เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เดียวคือ เพื่อทำลายเขา และครอบครัว

แถลงการณ์ชี้ว่า การดำเนินการของนายไรท์ แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงของการใส่ร้ายป้ายสี โดยในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นายไรท์ได้เผยแพร่ข้อความกว่า 130 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งโจมตีเขาอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเป็นการรายงานข่าวในลักษณะเชิงสืบสวน

นอกจากนี้ นายไรท์ ได้นำหนังสือเดินทางส่วนบุคคลของเขาไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว และอาจทำให้เขาเสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูล หรือนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ

เบน สมิธ

ด้วยเหตุนี้ จึงได้เริ่มต้นดำเนินการทางกฎหมายสื่อรายนี้ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกเขาทำต่อหน้าศาลยุติธรรม

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น ICIJ และ OCCRP ช่วยกันตรวจสอบกลไกการทำงาน และบุคคลผู้ให้การสนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการให้ร้ายป้ายสีดังกล่าว เพื่อจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้วงการสื่อสารมวลชน ในช่วงเวลาที่ความน่าเชื่อถือของสื่อกำลังถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง

“ท้ายนี้ ผม ครอบครัวของผม และกิจการของผมได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อประชาชน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนต่าง ๆ ให้ช่วยกันกลั่นกรองข้อเท็จจริง และคัดกรองข้อมูล ก่อนที่จะมีการส่งต่อ หรือนำเสนอต่อประชาชน”

“เพื่อเป็นการปกป้องชื่อเสียงของผม ครอบครัวของผม และกิจการของผม หากยังคงมีการกระทำที่เป็นการคุกคามผม ครอบครัวของผม และกิจการของผม ต่อไป ผมขอสงวนสิทธิในการดำเนินคดี เพื่อปกป้องชื่อเสียง และผลประโยชน์ของผม ครอบครัวของผม และกิจการของผมต่อไป”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

Avatar photo