สื่อต่างประเทศ มองผลงาน “ฮุน มาเนต” 2 ปี ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุ ยังทำไม่ได้ทั้งปราบปรามทุจริต ฟื้นฟูหลักนิติธรรม ลดความยากจน และยังอยู่ใต้เงาของ “ฮุน เซน”
วันนี้ (18 ก.ย.) มีรายงานว่า เว็บไซต์ข่าว The Diplomat ของสหรัฐ เผยแพร่บนความเกี่ยวกับสถานการณ์ของกัมพูชา ภายใต้การบริหารประเทศนานกว่า 2 ปี ของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน

บทความระบุว่า ภายใต้การปกครองของนายฮุน มาเนต กัมพูชายังคงมีการกดขี่ทางการเมืองและการคุมขัง ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองหลายสิบคนถูกจำคุก รวมถึง นักเคลื่อนไหวด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และนักปกป้องสิทธิที่ดิน
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกัมพูชายังคงขับไล่ชุมชนต่าง ๆ และส่งมอบที่ดินของพวกเขาให้กับกลุ่มชนชั้นสูงที่ร่ำรวย ซึ่งในกระบวนการนี้ได้ทำลายพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ และคุกคามแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ
รายงานยังชี้ว่า การที่รัฐบาลลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพน้อยเกินไปเป็นเวลาหลายปี นำไปสู่การขาดแคลนงานสำหรับชาวกัมพูชานอกภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ และกัมพูชามีอัตราการย้ายถิ่นไปทำงานในต่างประเทศ สำหรับแรงงานทักษะต่ำ และปานกลางสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
แม้กัมพูชาจะมีความปรารถนา ที่จะเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง แต่ต้องเผชิญกับอุปสรรคเพิ่มเติมจากมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐ และการลงทุนจากต่างประเทศที่ลดลง หลังเกิดความขัดแย้งชายแดน ซึ่งทั้งสองปัจจัยอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง

The Diplomat บอกด้วยว่า นายฮุน มาเนต ยังฉวยโอกาสจากความขัดแย้งดังกล่าว แก้ไขกฎหมายสัญชาติของกัมพูชา เพื่อให้รัฐบาลสามารถปิดปากผู้เห็นต่างได้
กฎหมายที่แก้ไขใหม่นี้ อนุญาตให้รัฐบาลสามารถเพิกถอนสัญชาติของชาวกัมพูชาได้ หากถูกศาลที่ควบคุม โดยพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ตัดสินว่ามีความผิดฐานกบฏ หรือสมคบคิดกับต่างชาติ
อีกหนึ่งปัญหาที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของกัมพูชาอย่างชัดเจน คือ ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ ที่มีทั้งการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงาน
The Diplomat ชี้ว่า เศรษฐกิจจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ในกัมพูชา คาดว่าสร้างรายได้ประมาณ 12,000-19,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 380,000-600,000 ล้านบาท ต่อปี ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศ
ขณะเดียวกัน ในกัมพูชายังมีศูนย์ปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรรมทางไซเบอร์อีกอย่างน้อย 350 แห่ง และมีแรงงานต่างชาติประมาณ 150,000 คน แต่บางส่วนประเมินว่า ตัวเลขอาจสูงกว่านี้
หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้, เวียดนาม และอินโดนีเซีย กำลังทำงานร่วมกันผ่านช่องทางอาเซียน เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์นี้ แต่กัมพูชา และเมียนมา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมทางไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับไม่ได้เข้าร่วมด้วย
The Diplomat ยังได้สะท้อนถึงอดีตอันน่าเศร้าของกัมพูชาภายใต้ระบอบเขมรแดง แต่ระบุว่า ขณะนี้ประเทศได้ตกอยู่ภายใต้ระบอบอำนาจนิยมรูปแบบใหม่ที่กดขี่สิทธิของพลเมือง ทำให้ประชาธิปไตยเป็นเพียงแค่สิ่งที่ปรารถนาเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ทาง The Cambodia Daily รายงานว่า นักวิเคราะห์และนักการเมืองฝ่ายค้านได้กล่าวว่า หลังจากที่ดำรงตำแหน่งมากว่า 2 ปี การเป็นผู้นำของฮุน มาเนต ยังคงดำเนินไปภายใต้เงาของบิดา ทำให้เขาดูเหมือน “นายกรัฐมนตรีฝึกหัด” มากกว่าผู้นำที่เป็นอิสระ
นายเสิง เซิงกรุณา หัวหน้าองค์กรประชาธิปไตยเขมร (Khmer Democracy Organization) กล่าวว่า การดำรงตำแหน่ง 2 ปีของนายฮุน มาเนต แสดงให้เห็นว่า เขาบริหารประเทศภายใต้การชี้นำของฮุน เซน เป็นส่วนใหญ่ มากกว่าที่จะใช้ความสามารถ หรือวิสัยทัศน์ของตนเอง
เขาให้เหตุผลว่า แม้จะดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลมานานกว่า 2 ปี แต่นายฮุน มาเนต ก็ยังไม่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการนำพากัมพูชาได้อย่างอิสระ เนื่องจากบิดาของเขายังคงกุมอำนาจควบคุมที่เด็ดขาด
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สภากัมพูชา มีมติ ‘ฮุน มาเนต’ ขึ้นเป็น ‘นายกรัฐมนตรี’ คนใหม่ อย่างเป็นทางการ
- ‘ฮุน เซน’ ส่งไม้ต่อให้ลูกชาย ประกาศลาออกจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
- ‘กัมพูชา’ ตั้ง ‘ฮุน มานี’ ลูกชายคนเล็ก ‘ฮุน เซน’ เป็นรองนายกฯ
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg