World News

ชี้ ‘ดอลลาร์’ โดนเท ‘แบงก์ชาติโลก’ เพิ่มถือครอง ‘ทองคำ-ยูโร-หยวน’ ในทุนสำรอง

ผลสำรวจชี้ ธนาคารกลางทั่วโลก ลดการถือครอง “ดอลลาร์” ในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ โดยหันไปให้ความสำคัญกับทองคำ เงินยูโร และเงินหยวนของจีนมากขึ้น หลังความวุ่นวายในการค้าโลก และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กระตุ้นให้เกิดการทบทวนเกี่ยวกับการไหลเวียนของเงิน

ที่ประชุมสถาบันการเงิน และการคลังอย่างเป็นทางการ (Official Monetary and Financial Institutions Forum-OMFIF) กลุ่มคลังสมองอิสระเกี่ยวกับธนาคารกลาง นโยบายเศรษฐกิจ และการลงทุนสาธารณะเปิดเผยผลสำรวจธนาคารกลาง 75 แห่ง ที่จัดทำขึ้นระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา

ดอลลาร์

ถึงผลที่ตามมาหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศขึ้นภาษีศุลกากร เมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาด และส่งผลให้มูลค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลง

การสำรวจพบว่า 1 ใน 3 ของธนาคารกลางที่มีการบริหารจัดการทุนสำรองเงินตราต่างประเทศโดยรวมแล้วมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 32% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดนั้น  มีแผนที่จะถือครองทองมากขึ้น ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบอย่างน้อย 5 ปี

ทองคำ สินทรัพย์ที่บรรดาธนาคารกลางได้เพิ่มการถือครองในทุนสำรองเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์นั้น คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในระยะยาว โดย 40% ของธนาคารกลางที่ตอบแบบสอบถาม มีแผนที่จะเพิ่มการถือครองทองในช่วงทศวรรษหน้า

โดยให้เหตุผลถึงการกระจายความเสี่ยง และป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นแรงจูงใจหลักในการตัดสินใจซื้อทอง ทั้งยังต้องการใช้ทอง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

นอกจากนี้  90% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังคงมีมุมมองด้านบวกต่อทอง โดยส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ราคาทองจะยังคงอยู่เหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปีหน้า และมากกว่า 20% คาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่เกิน 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ในส่วนของสกุลเงินนั้น ผู้ตอบแบบสอบถาม 70% ชี้ว่า สภาพแวดล้อมทางการเมืองของสหรัฐ ทำให้พวกเขาไม่กล้าลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าของการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว โดยสกุลเงินยูโร และเงินหยวน ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์

ดอลลาร์

16% ของธนาคารกลางที่ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า มีแผนจะเพิ่มการถือครองเงินยูโรในช่วง 12-24 เดือนข้างหน้า ทำให้เงินยูโรเป็นสกุลเงินที่คนต้องการมากที่สุด เพิ่มขึ้นจาก 7% เมื่อปีที่แล้ว รองลงมาคือเงินหยวน

แต่ในช่วงทศวรรษหน้า เงินหยวนจะได้รับความนิยมมากกว่า โดย 30% ของธนาคารกลางเหล่านี้ คาดว่าจะเพิ่มการถือครอง และคาดว่าสัดส่วนเงินหยวนในเงินสำรองทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นสามเท่า คิดเป็นสัดส่วน 6% ของทุนสำรองโดยรวม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

Avatar photo