World News

‘พาวเวล’ ส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ย ย้ำ ‘เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ’ ไม่มีผลการตัดสินใจเฟด

“พาวเวล” ย้ำ เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของ “เฟด” ในเรื่องดอกเบี้ย ส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนมิถุนายนนี้ เหตุเงินเฟ้อยังไม่ชะลอตัวลงถึงเป้าที่กำหนดไว้

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) โดยกล่าวว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีนี้จะออกมาเช่นใด เฟดจะยังคงมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

ไม่ขึ้นดอกเบี้ย

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ไม่ได้เป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงินของเรา

ส่วนในเรื่องเงินเฟ้อนั้น นายพาวเวลกล่าวว่า แถลงการณ์ของคณะกรรมการเฟดบ่งชี้ว่า กรรมการหลายคนต้องการความมั่นใจมากขึ้นว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% โดยยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเฟดจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้หรือไม่ แต่นับจนถึงขณะนี้เฟดก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

“นับตั้งแต่ต้นปี 2567 ยังไม่มีข้อมูลที่ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งทำให้เฟดตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูง จนกว่าสถานการณ์ด้านเงินเฟ้อจะเปลี่ยนแปลงไป ผมคิดว่าการที่เฟดจะมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเงินเฟ้อชะลอตัวลงสู่เป้าหมายนั้น อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเราพร้อมที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันตราบที่เราเห็นว่าเหมาะสม”

อย่างไรก็ดี นายพาวเวลได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 11-12 มิถุนายนนี้

ผมคิดว่าเฟดไม่มีแนวโน้มที่จะขึ้นาดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าปัจจัยใดจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นายพาวเวลกล่าวว่า จำเป็นต้องเห็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า นโยบายการเงินของเฟดไม่มีความเข้มงวดมากพอที่จะฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน แต่เชื่อว่า จะไม่ได้เห็นหลักฐานดังกล่าว”

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นายพาวเวล ยังกล่าวถึงเรื่องงบดุลของเฟด โดยย้ำว่า การชะลอการใช้มาตรการปรับลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) นั้น ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจหรือลดการคุมเข้มทางการเงิน

ไม่ขึ้นดอกเบี้ย

“ความจริงแล้วการชะลอมาตรการ QT มีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นใจว่ากระบวนการปรับลดงบดุลบัญชีของเฟดลงสู่ระดับที่เราต้องการนั้น จะเป็นไปอย่างราบรื่น” 

ส่วนกรณีที่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1/2567 ของสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาด แต่ตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้ตลาดวิตกกังวลว่า สหรัฐจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อสูงขึ้น (Stagflation) นั้น เขาไม่เห็นด้วยกับมุมมองดังกล่าว

“เมื่อพิจารณาจากมาตรวัดเศรษฐกิจแล้ว การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเราอยู่ที่ระดับ 3% และเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับต่ำกว่า 3% ซึ่งนี่ไม่ได้เรียกว่าภาวะ Stagflation”

ถ้อยแถลงดังกล่าวของนายพาวเวลมีขึ้น หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 23 ปี

การประกาศคงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และเป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 หลังจากที่เฟดขึ้นดอกเบี้ย 11 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มวัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. 2565 ส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 5.25%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

Avatar photo