ภูเขาไฟฟูจิที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ตลอดกาลของประเทศญี่ปุ่น ด้วยรูปทรงของภูเขาที่มีความสมมาตรและเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนเสมอมา
แต่หลังทางการเปิดพรมแดนประเทศอีกครั้งมาไม่นาน เจ้าหน้าที่ชี้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวบนยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศพบปัญหามากมาย ทั้งยังก่อให้เกิดความเครียดต่าง ๆ เช่น การต่อแถวยาวของผู้คน ขยะล้นถัง ไปจนถึงห้องน้ำที่ใช้งานไม่ได้ เป็นต้น

มาซาตาเกะ อิซุมิ เจ้าหน้าที่จากจังหวัดยามานาชิ หนึ่งในสองจังหวัดอันเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ กล่าวว่า “ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเยี่ยมชมภูเขาไฟฟูจิ และเราก็รู้สึกซาบซึ้ง แต่มันนำไปสู่ภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง ที่มาพร้อมกับขยะ และปัญหาเกี่ยวกับห้องน้ำ อันเป็นผลมาจากผู้คนจำนวนมาก” และทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่อิซุมิสรุปว่า ภาวะปัญหาต่าง ๆ เข้าสู่ขั้นวิกฤติแล้ว
วีโอเอ รายงานว่า หลังจาก ภูเขาไฟฟูจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโกเมื่อทศวรรษที่แล้ว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งนี้ ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น
แม้การขึ้นทะเบียนดังกล่าวมาพร้อมกับเงื่อนไขที่ว่า ญี่ปุ่นจะต้องลดความแออัดของนักท่องเที่ยว และลดผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากเหล่าผู้เยี่ยมชม สถานการณ์โดยรวมกลับดูเหมือนจะยิ่งย่ำแย่ลง
ในฤดูร้อนปีนี้ สถานีแวะชมจุดใหญ่ที่สุดบนภูเขาไฟฟูจิ มีจำนวนผู้เยี่ยมชมถึง 4,000,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับสถิติปี 2556
และเมื่อตรวจสอบเนื้อหาเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิบนโซเชียลมีเดีย ก็พบว่าเต็มไปด้วยโพสต์ที่สะท้อนถึงปัญหาห้องน้ำสกปรก และภาพของกองขยะตามเส้นทางเดินป่า ซึ่งผู้ดูแลพื้นที่เปิดเผยว่า กำลังมีการเร่งพิจารณามาตรการที่เข้มข้น เพื่อใช้ในการบรรเทาปัญหาต่าง ๆ แล้ว
เจ้าหน้าที่อิซุมิ อธิบายว่า สาเหตุใหญ่ที่สุดของปัญหาก็คือ เหล่านักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์ไปถึงสถานีที่ 5 ของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างง่ายดาย และกรณีนี้ควรมีการควบคุมให้ได้ แต่เนื่องจาก ถนนที่มีการเก็บค่าผ่านทางสายฟูจิซูบารุ เป็นถนนประจำจังหวัดยามานาชิ การควบคุมจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้น จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการสร้างรถรางขึ้นภูเขาแทนที่ถนนในปัจจุบัน

อีกประเด็นที่มาของปัญหาก็คือ ความนิยมในกิจกรรม “ปืนเขาอย่างรวดเร็ว” หรือ “Bullet Climbing” ซึ่งเหล่านักปืนเขาจะพยายามขึ้นสู่ยอดภูเขาไฟฟูจิให้ทันในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น และเดินทางลงเขาภายในวันเดียวกัน โดยไม่มีการพักแรมระหว่างทาง
รายงานข่าวระบุว่า วิธีการปืนเขาลักษณะนี้มีความเสี่ยงมาก และส่งผลให้ทีมกู้ภัยต้องให้ความช่วยเหลือมากขึ้น โดยมีคำร้องขอความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยเพิ่มขึ้น 50% จากปี 2565 เฉพาะในปีนี้มีจำนวนมากถึง 60 ครั้งไปแล้ว ซึ่งหนึ่งในสี่ของคำร้องเหล่านี้มาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
หากปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการดูแลด้วยมาตรการที่เหมาะสม ผู้เกี่ยวข้องแสดงความเป็นห่วงว่า ในอนาคตภูเขาไฟฟูจิ อาจไม่ได้รับความนิยมจากเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกต่อไป เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยว ที่เห็นว่า ควรมีการดำเนินการบางอย่างเพื่อควบคุมสถานการณ์นี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ญี่ปุ่น’ ร้อง คุมจำนวนคนขึ้น ‘ภูเขาไฟฟูจิ’ หลังนักท่องเที่ยวพุ่งเกินคาด
- ‘คลื่นความร้อน’ โอกาสโกยเงินธุรกิจญี่ปุ่น
- ‘ญี่ปุ่น’ ดัน ‘เมืองเล็ก’ แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ดึงดูดต่างชาติ