World News

จับตาอนาคต ‘โตชิบา’ จะกลับมารุ่งโรจน์ได้ไหม หลังรับข้อเสนอซื้อกิจการ 1.5 หมื่นล้านดอลล์

แม้จะยอมรับข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 15,200 ล้านดอลลาร์ จากกลุ่มนักลงทุน ภายใต้การนำของ “เจแปน อินดัสเตรียล พาร์ทเนอร์ส” บริษัทลงทุนภาคเอกชนไปแล้ว แต่ “โตชิบา คอร์ป” ก็ยังถูกจับจ้องอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่า ยักษ์ใหญ่รายนี้ จะกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกครั้งหรือไม่

การขายกิจการในครั้งนี้ ยังทำให้เกิดความกังขารอบใหม่ถึงความสามารถของ โตชิบา ในการรับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเทคโนโลยีจำนวนมากที่มีอยู่ในมือ

โตชิบา

เจสเปอร์ โคลล์ ผู้อำนวยกาารจากโมเน็กซ์ กรุ๊ป ในกรุงโตเกียว ชี้ว่า ความกังวลถึงการซื้อกิจการดังกล่าว อยู่ตรงที่ว่า ซีอีโอคนใหม่ของบริษัท จะสามารถรับมือกับบรรดาผู้ถือหุ้นที่มีอยู่เป็นจำนวนมากได้หรือไม่ โดยกลุ่มลงทุนที่เข้าซื้อโตชิบา นั้น ประกอบด้วยบริษัท และสถาบันการเงินญี่ปุ่น มากกว่า 20 ราย

“ปัจจัยที่น่ากังวลมากที่สุด คือเรื่องที่ว่า ซีอีโอคนใหม่จะไม่ได้เป็นผู้ที่ตัดสินใจอย่างแท้จริง”

โคลล์ ระบุว่า ธุรกิจสำคัญ ๆ ที่โตชิบามีอยู่นั้น รวมถึง ควอนตัมคอมพิวติ้ง ความมั่นคงทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งล้วนแต่สร้างประโยชน์ให้กับบริษัทได้ หากได้ผู้นำที่แข็งแกร่ง

ภายใต้ข้อตกลงที่เกิดขึ้นนั้น กลุ่มทุนภายใต้การนำของ เจแปน อินดัสเตรียล พาร์ทเนอร์ส (เจไอพี) ตั้งเป้าจะเข้าซื้อหุ้นโตชิบาในราคาหุ้นละ 4,620 เยน และนำบริษัทที่มีชื่อเสียงมากที่สุดรายหนึ่งของญี่ปุ่น ออกจากตลาดหลักทรัพย์ ด้วยวิธีเสนอซื้อหุ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นราวปลายเดือนกรกฎาคมนี้

หากประสบความสำเร็จ ข้อตกลงซื้อกิจการครั้งนี้ ก็จะช่วยยุติปัญหาทั้งหมดของโตชิบา บริษัทที่มีประวัติยาวนานมาถึง 147 ปี ที่เผชิญกับเรื่องอื้อฉาว และการบริหารงานอย่างผิดพลาด จนนำมาสู่การขายกิจการ

อย่างไรก็ดี เรื่องที่ถูกจับตาอยู่ในขณะนี้ คือ บรรดาผู้ถือหุ้นนักเคลื่อนไหว จะยอมรับข้อเสนอหรือไม่ และบริษัทจะกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้งหรือไม่

โตชิบา

นอกจากนี้ กระบวนการซื้อขายกิจการของโตชิบา ยังโดนรัฐบาลญี่ปุ่นจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่า เทคโนโลยี และธุรกิจที่อ่อนไหว จะไม่ตกไปอยู่ในมือของต่างชาติ การเคลื่อนไหวที่เป็นอุปสรรคขวางทางนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก จากการมีส่วนร่วมในการซื้อกิจการนี้ ที่อาจเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียในปีนี้

ยาสุโตชิ นิชิมูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ระบุว่า โตชิบาเป็นเจ้าของกิจการสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ตัวเขาจึงให้ความสนใจอย่างมาก และติดตามความคืบหน้าของการซื้อขายกิจการ

ขณะที่เจแปน ไทม์ส รายงานอ้างความเห็นแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาซื้อกิจการรายหนึ่งว่า การร่างแผนธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 20 ราย ที่แต่ละฝ่าย ก็ต้องการสิ่งที่แตกต่างกันจากข้อตกลงนั้น เหมือนเป็นฝันร้าย ซึ่งหากไม่แผนธุรกิจที่ชัดเจน ต่อให้ธนาคารรายต่าง ๆ อยากจะช่วย พวกเขาก็ออกหนังสือแสดงเจตจำนงจัดหาเงินกู้ให้ไม่ได้ ทั้งที่เลยกำหนดเส้นตาย ในเดือนพฤศจิกายนมาแล้ว

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจที่เข้าซื้อโตชิบา รวมถึง บริษัทญี่ปุ่น 17 ราย และสถาบันการเงินท้องถิ่น 6 ราย นอกเหนือจาก เจไอพี และกองทุนอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยโตชิบาไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัทเหล่านี้ แต่อย่างใด

กระนั้นก็ตาม โฆษกโตชิบา ระบุว่า ข้อตกลงซื้อกิจการดังกล่าว จะช่วยยกระดับคุณค่าธุรกิจของบริษัทขึ้นมา เป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคง สำหรับการบริหารจัดการ เพื่อการเติบโต และเปลี่ยนถ่ายบริษัท ผ่านการใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจที่สอดคล้องกันในระยะกลางถึงระยะยาวและสนับสนุนผู้ถือหุ้นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

โตชิบา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Avatar photo