World News

‘ราคาน้ำมัน WTI’ ปิดตลาดขยับขึ้นไม่ถึง 1 ดอลล์ รัสเซียลดการผลิต หนุนราคา

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ปิดซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ เมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น ปรับขึ้นเล็กน้อยไม่ถึง 1 ดอลลาร์ แรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า รัสเซียจะลดการผลิต และส่งออกน้ำมันในเดือนหน้า

ราคาน้ำมันดิบ WTI กำหนดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 93 เซนต์ หรือ 1.23% ปิดที่ 76.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ลดลง 0.3% ในรอบสัปดาห์นี้ ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) กำหนดส่งมอบเดือนเมษายน ราคาเพิ่มขึ้น 95 เซนต์ หรือ 1.16% ปิดที่ 83.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.2% ในรอบสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมัน

ตลาดได้แรงหนุนจากการที่รัสเซียประกาศก่อนหน้านี้ว่า จะปรับลดการผลิตน้ำมัน 500,00 บาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม แต่การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ทำให้ขาขึ้นของราคาโดนสกัดไว้ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.6% แตะที่ 105.2157

การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้น และไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบสกุลเงินหลัก หลังการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่พุ่งขึ้นเกินคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนี PCE ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดีดตัวขึ้น 5.4% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าระดับ 5.3% ในเดือนธันวาคม และเมื่อเทียบรายเดือน เพิ่มขึ้น 0.6% สูงกว่าระดับ 0.2% ในเดือนก่อนหน้านั้น

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 4.7% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 4.4% และเมื่อเทียบรายเดือน ปรับตัวขึ้น 0.6% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.5%

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Avatar photo