ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ปิดซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ วานนี้ (14 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น พุ่งขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังสำนักงานพลังงานสากล และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน คาด ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะฟื้นตัวในปีหน้า
ราคาน้ำมันดิบ WTI กำหนดส่งมอบเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 77.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) กำหนดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ราคาเพิ่มขึ้น 2.02 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 82.70 bดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) คาดการณ์ว่า ความต้องการน้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2566 มาอยู่ที่ 101.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยได้ปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันจากอินเดีย และจีน
ขณะเดียวกัน ไออีเอ คาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันของรัสเซียจะลดลง 14% สู่ระดับ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงสิ้นสุดไตรมาสแรกของปี 2566 ซึ่งหากเป็นไปตามคาด ก็จะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน
นอกจากนี้ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) เปิดเผยในรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนธันวาคมว่า ความต้องการน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2566 สู่ระดับ 101.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยได้ปัจจัยหนุนจากภาวะผ่อนคลายด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการที่จีนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19
รายงานของโอเปค บอกด้วยว่า ความต้องการน้ำมันในสหรัฐจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าในปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันในยุโรป และเอเชียแปซิฟิกจะยังไม่สูงกว่าปี 2562
ทั้งนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวช่วยหนุนสัญญาน้ำมันดิบปิดในแดนบวก และยังช่วยบดบังปัจจัยลบจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้น 10.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 3.6 ล้านบาร์เรล
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ซาอุดีอาระเบีย’ ลดราคา น้ำมันให้ ‘ลูกค้าเอเชีย’ หลังเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว
- ‘โกลด์แมน แซคส์’ คาด น้ำมันดิบ ราคาดีดถึง 115 ดอลลาร์ ต้นปี 66 เหตุ ‘โอเปคพลัส’ ลดผลิตครั้งใหญ่
- ไม่สนแรงกดดัน! ‘โอเปคพลัส’ หั่นกำลังผลิตน้ำมันวันละ 2 ล้านบาร์เรล หวังดันราคา