ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ปิดซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ร่วง 5 วันติด เหตุนักลงทุนยังวิตกว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก จะส่งผลให้ความต้องการน้ำมันลดลง
ราคาน้ำมันดิบ WTI กำหนดส่งมอบเดือนมกราคมลดลง 55 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 71.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) กำหนดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ราคาลดลง 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.32% ปิดที่ 76.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ในช่วงแรก ราคาพุ่งขึ้นกว่า 4% ทะลุระดับ 75 ดอลลาร์ หลังมีรายงานว่าบริษัททีซี เอนเนอร์จี ของแคนาดา ประกาศปิดท่อส่งน้ำมันคีย์สโตน ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำมัน จากรัฐแอลเบอร์ตา ของแคนาดา ไปยังแถบกัลฟ์โคสต์ และมิดเวสต์ของสหรัฐ เนื่องจากพบการรั่วไหล
แต่ราคาปรับตัวลงในเวลาต่อมา หลังผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การปิดท่อส่งน้ำมันดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อปริมาณน้ำมันในตลาด ขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า สต็อกน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐ มีมากเพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้
ตลาดยังถูกกดดัน จากความกังวลว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน โดยนักลงทุนคาดว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ หลังขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ติดต่อกันในการประชุม 4 ครั้งที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ราคาลดช่วงลบ ท่ามกลางความหวังว่า จีนจะกลับมาเปิดประเทศ หลังผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดทางการเซี่ยงไฮ้ประกาศยกเลิกกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้ประชาชนต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 เป็นลบก่อนเข้าร้านอาหาร หรือสถานบันเทิง และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (9 ธ.ค.)
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ซาอุดีอาระเบีย’ ลดราคา น้ำมันให้ ‘ลูกค้าเอเชีย’ หลังเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว
- ‘โกลด์แมน แซคส์’ คาด น้ำมันดิบ ราคาดีดถึง 115 ดอลลาร์ ต้นปี 66 เหตุ ‘โอเปคพลัส’ ลดผลิตครั้งใหญ่
- ไม่สนแรงกดดัน! ‘โอเปคพลัส’ หั่นกำลังผลิตน้ำมันวันละ 2 ล้านบาร์เรล หวังดันราคา