COVID-19

‘หมอไม่ทน’บุกสภายื่นหนังสือ ‘ชวน’ จี้รัฐบาลนำเข้าวัคซีน mRNA

กลุ่มหมอไม่ทน และภาคีบุคลากรสาธารณสุข ยื่นหนังสือที่รัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA เพื่อเป็นวัคซีนหลักเพื่อป้องกันการเสียชีวิตและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย

กลุ่มดังกล่าวนำโดย นพ.สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคพลังประชารัฐ โดยยกเว้นพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

หมอไม่ทน

นพ.สันติ กล่าวว่า ทางกลุ่มมีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ

1.เร่งรัดการนำเข้าวัคซีน mRNA เช่น วัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา โดยลดขั้นตอนการดำเนินการให้กระชับ และรวดเร็วที่สุด รวมทั้งพิจารณาเลือกใช้วัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลักในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยมาบริการฉีดให้แก่ประชาชนทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่าวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ครอบคลุมหลากหลายสายพันธุ์ อีกทั้งยังสามารถลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

2.เผยแพร่ข้อมูลกระบวนการในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้เป็นปัจจุบัน โปร่งใส สม่ำเสมอ และตรวจสอบได้

“หวังว่ารัฐบาลและองค์การเภสัชกรรมจะทบทวนการทำงานและพิจารณาถึงข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายข้างต้นเพื่อผลประโยชน์ในระยะยาวของประเทศและประชาชน”

ด้าน นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ตนจะนำหนังสือดังกล่าวเข้าระบบสารบัญและเรียนนายชวนเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป

ส่วนนายปริญญ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือในวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะทัพหน้าคือแพทย์ พยาบาลที่เรียกร้องให้รัฐบาลหาวัคซีนเข็มที่ 3 เพราะมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งวัคซีน mRNA เข็มที่ 3 ที่กำลังจะเข้ามาช่วยทัพหน้าให้ได้รับการป้องกันอย่างเต็มที่เป็นสิ่งที่สำคัญ

หมอไม่ทน

ด้านนายพิธา กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมารับหนังสือในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้เกิดความมั่นคงทางสาธารณสุข หากนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจว่าจะดูแลบุคลากรสาธารณสุขอย่างไร ขอให้ดูแลแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำแบบเดียวกับที่ดูแลทหาร ส่วนตัวไม่ได้อยากเปรียบเปรยสิ่งไหนกับสิ่งไหน แต่การเปรียบเทียบ อาจเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้นายกรัฐมนตรีเข้าใจ

นายประเสริฐ กล่าวต่ออีกว่า การยื่นหนังสือฉบับนี้ ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะได้ช่วยกันแก้ไข ตนขอรับประกันว่ารายชื่อเหล่านี้จะไม่สูญเปล่าจะนำไปสู่การดำเนินการต่อไป

ด้าน นพ.เรวัต กล่าวว่า จากการศึกษาและการทดลองใช้จริงของวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาทั้ง 2 ชนิด เรารู้แล้วว่าไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอในการที่จะช่วยยับยั้งการระบาดของโรคหรือป้องกันการติดโรค การป่วยและตาย ฉะนั้นจึงเป็นความชอบธรรมและถูกต้องอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องจัดซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีน mRNA ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา

หมอไม่ทน

ยิ่งบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ มีความเสี่ยงสูงสัมผัสกับโรค ฉะนั้นจะยอมปล่อยให้เขาติดโรค ป่วย เสียชีวิตหรือถูกกักตัวไม่ได้ เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาคือประชาชนจะอยู่ในความเสี่ยงและอันตรายมาก เพราะหากแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องป่วยหรือเสียชีวิตจะบั่นทอนและลดกำลังของบุคลากรลง จะทำให้การรักษาพยาบาลไม่สมบูรณ์แบบ อัตราการเสียชีวิตจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

“ไม่เพียงแต่ผู้ป่วยโควิดเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ป่วยอื่น ๆ ด้วย”

นพ.เรวัต กล่าวว่ามองไปถึงการซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ซึ่งจากการใช้จริงและผลการศึกษาพิสูจน์ชัดว่ามีประสิทธิภาพที่จะควบคุมการระบาดของโรคโดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ๆ เช่น สายพันธุ์เดลต้า ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประชาชน

อ่านข่าวเพิ่มเติม: