COVID-19

สั่งล็อกดาวน์ “กทม.-ปริมณฑล”และ 4 จังหวัดภาคใต้ เฉพาะจุดระบาด


นายกฯเห็นชอบล็อกดาวน์ พื้นที่ระบาดในกทม.-ปริมณฑล ตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อไม่ให้กระทบมาก โดยจ่ายเยียวยา ขณะเดียวกันเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังประชุมศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด – 19 หรือ ศปก.ศบค. และ ที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข ศูนย์โควิด-19 ที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน และคณะ เข้าหารือถึงการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ โควิด – 19 และเรื่องวัคซีน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียด ที่แพทย์และหลายฝ่ายต้องรองรับสถานการณ์ โควิด – 19

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ประชุมมีการพูดคุยเรืองการบริหารจัดการวัคซีน โดยจะบริหารแผนให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ในช่วง 2 เดือนนี้ จะเร่งฉีดผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคให้หมด เพราะขึ้นทะเบียนมาแล้ว ส่วนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ จะเร่งดำเนินการ

เรื่องที่ 2 สถานการณ์แพร่ระบาด รับฟังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะแคมป์ต่างๆ มีข้อตกลง จะปิดแคมป์คนงาน โดยกระทรวงแรงงานจะเข้าไปดูแล 1 เดือนที่มีการปิด ซึ่งจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้ โดยต้องอยู่ในที่จำกัด ส่วนโครงการจ้างงานจะหยุดชั่วคราว 1 เดือน และจะยืดเวลาต่อให้ตามสัญญา โดยจะบังคับใช้ กทม.ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้

“ที่หารือวันนี้ จะเข้มงวด และ กิจการใดที่เสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค จะมีมาตรการเฉพาะชั่วคราวออกมา คำว่าล็อกดาวน์มันยิ่งใหญ่ แต่เราจะใช้คำว่า ดูแลกิจการพื้นที่ เป็นพิเศษ การห้ามคนทั้งหมดคงยาก การเคลื่อนย้ายไปจากพื้นที่แพร่ระบาด มีจังหวัดต่างๆ ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งแรงงานขอร้องว่าอย่าเคลื่อนย้ายเพราะมีการดูแลอยู่แล้ว เรื่องการเดินทางไม่ห้าม เพราะแต่ละพื้นที่มีมาตรการอยู่แล้ว มีอสม.ดูแลอยู่แล้ว แต่จะกลับไปทำไม เพราะกลับไปก็อยู่แต่บ้าน

อย่างไรก็ตาม มีการสั่งการเรื่องการเพิ่มเตียง และ เพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเข้ามาช่วยเหลือระบบการแพทย์มากขึ้น โดยจะมีแพทย์จบใหม่เข้ามาช่วยด้วย

ข้อเสนอจากทีมแพทย์ คือ 1.ปิดพื้นที่ความเสี่ยงสูง 2.บุคคลกลุ่มเสี่ยง พื้นที่มีแรงงานต่างชาติ ก็ปิดเฉพาะกลุ่มเสี่ยง และ 3.ปิดกิจกรรม/กิจการเสี่ยง มากกว่าการปิดทั้งกทม.หรือทั้งจังหวัด ที่เห็นภาพชัดเจนในต่างจังหวัด ปิดเฉพาะตำบลเสี่ยง ตลาด แคมป์คนงาน หรือพื้นที่ที่มีแรงงานต่างชาติ ก็ล็อกเฉพาะตรงนั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม: