The Bangkok Insight

SCGP เปิดซื้อขายวันแรก 37 บาท จากราคา IPO ที่ 35 บาท เพิ่มขึ้น 5.71% 


SCGP เปิดซื้อขายวันแรกที่ 37 บาท เพิ่มขึ้น 5.71% จากราคา IPO วอลุ่มหนาแน่นกว่า 3 พันล้านบาท หวังคำนวณในดัชนี SET 50

บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง หรือ SCGP ธุรกิจให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม หมวดบรรจุภัณฑ์ โดยราคาเปิด 37 บาท จากนั้นราคาลงไปต่ำสุดที่ 36.00 บาท และราคาสูงสุด 37.25 บาท

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร และ ธุรกิจเยื่อและกระดาษ โดยรายได้หลักกว่า 80% มาจากสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ที่มุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าและบริการด้วยโซลูชันที่หลากหลายกว่า 120,000 รูปแบบ (SKUs) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม

จากข้อมูลการสำรวจในปี 2562 บริษัทเป็นผู้ประกอบการกระดาษบรรจุภัณฑ์ลูกฟูกและบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูก อันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 36% โดยผู้ประกอบการอันดับที่ 2 มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 12% ทั้งนี้ บริษัทนับเป็นผู้ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ด้วยกำลังการผลิตรวม 4 ล้านตันต่อปี

ปัจจุบันมีโรงงานผลิตในทุกสายธุรกิจ รวม 40 แห่ง ตั้งอยู่ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ มาเลเซีย

SCGP มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 4,253.55 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 3,126 ล้านหุ้น หุ้นสามัญเพิ่มทุน 1,127.55 ล้านหุ้น (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกินจำนวน 169.13 ล้านหุ้น) เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 7 ต.ค. 2563 ในราคาหุ้นละ 35.00 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 39,464.25 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 148,874.25  ล้านบาท 

 นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เชื่อมั่นว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านการขยายธุรกิจ การชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

บริษัทฯ คาดว่ามูลค่าตลาดจะเข้าคำนวณดัชนี SET 50 ชูศักยภาพผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน ด้วยโมเดลธุรกิจ Packaging Solutions ที่แตกต่างจากรายอื่น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะราย มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและอยู่ในไลฟ์สไตล์ทุกวันของผู้บริโภค พร้อมวางกลยุทธ์ขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง 

บริษัทฯมีแผนการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งนำเสนอบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีศักยภาพเติบโตสูง รวมถึงการนำเสนอ Packaging Solutions เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า

บริษัทฯมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในแต่ละปี ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหลังหักสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัทฯ กำหนดไว้ ทั้งนี้ อาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลแตกต่างไปจากนโยบายที่กำหนดไว้ได้ ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ สภาพคล่องทางการเงิน และความจำเป็นในการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อบริหารกิจการ และแผนการขยายธุรกิจในอนาคต รวมถึงภาวะเศรษฐกิจ

SCGP มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO ได้แก่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) ถือหุ้นรวม 68.81% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ทั้งนี้ ภายหลังจากการจัดหาหุ้นและดำเนินการส่งมอบหุ้นคืนแล้ว สัดส่วนการถือหุ้นของ SCC จะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 70% ของทุนชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

อ่านเพิ่มเติม 6 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนลงทุนหุ้น SCGP