The Bangkok Insight

‘ฟอนตาเนียล’ มั่นใจกำปั้นไทยคว้าตั๋ว ‘โอลิมปิก’ 4-5 ใบตามเป้า

ความเคลื่อนไหวทีมกำปั้นเสื้อกล้ามชาย-หญิงไทย ที่เดินทางมาร่วมการแข่งขันมวยสากลคัดเลือกโอลิมปิก 2020 โซเอเชีย/โอเชียเนีย ที่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน โดยสมาคมมวยส่งหมัดไทยลงล่าโควตาเต็มอัตรา 11 คน แบ่งเป็น นักชกชาย 6 คน เริ่มจากรุ่น 52 กก. นายฐิติสรรค์ ปั้นโหมด ,รุ่น57 กก. จ.ส.ท.ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี,รุ่น63 กก.นายอธิชัย เพิ่มทรัพย์,รุ่น69กก. ร.ท.วุฒิชัย มาสุข, รุ่น 75 กก.นายวีระพล จงจอหอ,รุ่น 81 กก. นายจักรพงษ์ ยมโครต และหญิง 5 คน รุ่น 51 กก. นางสาวจุฑามาส จิตรพงษ์,รุ่น57 กก.อสทพ.หญิง นิลาวัลย์ เตชะสืบ,รุ่น 60 กก. อสทพ.หญิง สุดาพร สีสอนดี,รุ่น 69 กก. นางสาวใบสน มณีก้อน,รุ่น 75 กก. นางสาวพรนิภา ชูตรี ซึ่งทีมไทยเดินทางมาถึงตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

88445891

ล่าสุด ฮวน ฟอนตาเนียล เฮดโค้ชชาวคิวบา เปิดเผยว่า “การคัดเลือกเลกแรกนั้นไม่ง่ายไม่ยากจนเกินไปสำหรับทีมไทยทั้งชายหญิง เพราะจำนวนโควตานั้นถือว่าเอื้ออำนวยและเปิดกว้างกับทีมไทยอย่างมาก ที่สำคัญเราซ้อมมาดีตามโปรแกรมที่วางไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง แม้จะเลื่อนจากกำหนดเดิมในเดือนกุมภาพันธ์แต่เราได้มีการเทรนนิ่มแคมป์กับนักมวยมีระดับที่เคยได้เหรียญโอลิมปิกเกมส์รวมถึงเวทีระดับโลกมาแล้วหลายคน ทำให้เรารู้ว่าศักยภาพของนักชกไทยมีมากน้อยหรือมีหวังแค่ไหน”

“จากการประเมินในเบื้องต้นต้องยอมรับว่าในจำนวนที่ไทยส่งมานั้นรุ่น 52 กก.ชายถือว่าหนักที่สุดเพราะมีนักชกที่เก่งเยอะมากเรียกได้ว่าเป็นพิมพ์นิยม เพราะเป็นการรวมกันระหว่างรุ่น 49 ,51 และ 54 กก. แต่ละคนมีความรวดเร็วและชกได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ว่าคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน อินเดีย ฟิลิปปินส์ และไทย สำหรับ “เจ้าเหลิม” ฐิติสรรค์ ปั้นโหมด ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่เก่งด้วย” หนนี้ถือเป็นการชิงไหวชิงพริบของแต่ละคนที่สำคัญต้องดูผลการประกบคู่หากไม่เจอสายแข็งโป๊กตั้งแต่รอบแรกเชื่อว่ามีโอกาสผ่าน ”

“อีกรุ่นถือว่าหนักรองลงมา รุ่น 63 กก.ถือว่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ทุกคนมีหมัดที่หนัก เท่าที่ดูคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน อินเดีย ออสเตรเลีย หรือ จอร์แดน ถือว่าใช่ได้ทีเดียว สำหรับ อธิชัย เพิ่มทรัพย์ ถือเป็นนักชกอัจฉริยะคนหนึ่ง เพียงแต่ประสบการณ์ยังน้อยไปนิด ถ้าในสายไม่แข็งมากก็มีโอกาส ขณะที่ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี กับ วุฒิชัย มาสุข 2 คนนี้ถือว่าผ่านเวทีระดับโลกมามากมายน่าจะมีโอกาสที่สุด ซึ่งในการประกบคู่จะเจอกับใครก็ได้มั่นใจน่าจะไม่พลาด”

สำหรับมวยหญิงนั้น สุดาพร สีสอนดี กับ นิลาวัลย์ เตชะสืบ น่าจะมีโอกาสที่สุดเพราะทั้งคู่ผ่านกระดูกมวยมาอย่างโชกโชน ประสบการณ์สูงและมีผลงานอย่างชัดเจนในหลายทัวร์นาเมนต์ อย่างไรก็ตามทุกคนทั้งชายหญิงต้องไปลุ้นที่การประกบคู่ว่าเทพีแห่งโชคจะเข้าข้างเรามากน้อยแค่ไหน สำหรับเป้าหมายที่วางไว้ 4-5 คนนั้นตนเชื่อว่าไม่มากหรือน้อยจนเกินไป จากประสบการณ์และการพัฒนาของนักชกไทยน่าจะทำได้ตามเป้าที่วางไว้

Avatar photo