Stock

‘ดาวโจนส์’ ลดลงไม่ถึง 100 จุด ตลาดยังกังวล ผลประกอบการค้าปลีก-ยอดขายบ้านมือสองซบเซา

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (18 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” ปรับตัวลงมา จากความกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทค้าปลีก และยอดขายบ้านมือสองที่อ่อนแอ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 33,898.44 จุด ลดลง 81.88 จุด หรือ 0.24% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,274.89 จุด ขยับขึ้น 0.85 จุด หรือ 0.02% และดัชนีแนสแด็กที่ 12,946.19 จุด บวก 8.07 จุด หรือ 0.06%

ดาวโจนส์

ราคาหุ้นของบริษัทโคห์ลส์ คอร์ป ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ ดิ่งลงกว่า 6% หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์ยอดขายและกำไรประจำปีนี้ แม้บริษัทเปิดเผยตัวเลขกำไร และรายได้ในไตรมาส 2 สูงกว่าคาด

ขณะที่ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองดิ่งลง 5.9% มาอยู่ที่ 4.81 ล้านยูนิตในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 และลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน

นอกจากนี้ นักลงทุน ยังคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน ในเดือนกันยายน หลังส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในรายงานการประชุมเมื่อเดือนที่แล้ว

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 61.5% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% มาอยู่ที่ 2.75-3.00% ในการประชุมวันที่ 20-21 กันยายนนี้ และให้น้ำหนักเพียง 38.5% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.75%

ทั้งนี้ เฟดเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 26-27 กรกฎาคม เมื่อวานนี้ (17 ส.ค.) โดยระบุว่า กรรมการเฟดมีความมุ่งมั่นที่จะขึ้นดอกเบี้ยในระดับสูงเท่าที่จำเป็น จนกว่าจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อ แต่ในขณะเดียวกัน ส่งสัญญาณว่าอาจชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย โดยตระหนักว่า เศรษฐกิจสหรัฐในขณะนี้ มีความเสี่ยงที่จะเผชิญช่วงขาลง

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 2,000 ราย มาอยู่ที่ 250,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ืที่ 265,000 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม