Stock

‘ดาวโจนส์’ พุ่ง 424.38 จุด ขานรับเงินเฟ้อลด-ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่ม

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (12 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์ ” พุ่งแรง ทะลุ 400 จุด แรงหนุนจากสัญญาณเงินเฟ้อที่ลดลง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่า ภาวะตลาดกระทิงอาจจะดำเนินต่อไป

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 33,761.05 จุด เพิ่มขึ้น 424.38 จุด หรือ 1.27% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 4,280.15 จุด เพิ่มขึ้น 72.88 จุด หรือ 1.73% และดัชนี แนสแด็กปิดที่ 13,047.19 จุด เพิ่มขึ้น 267.27 จุด หรือ 2.09%

ดาวโจนส์

ตลาดได้แรงหนุนจากสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐอาจแตะระดับสูงสุดแล้ว เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งเกินคาดของบริษัทจดทะเบียน ช่วยหนุนตลาดด้วย

นอกจากนี้ ตลาดยังปรับตัวขึ้นขานรับการเปิดเผยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งระบุว่า ผู้บริโภคได้ลดคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เรื่องเร่งขึ้นดอกเบี้ย

มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจในวันศุกร์ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.1 ในเดือนสิงหาคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 52.5 และเพิ่มขึ้นจากระดับ 51.5 ในเดือนกรกฎาคม

ขณะเดียวกันผู้บริโภคคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อจะพุ่งถึง 5.0% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า โดยต่ำกว่าระดับ 5.2% ที่สำรวจในเดือนที่แล้ว และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ส่วนในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผู้บริโภคคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อจะแตะระดับ 3.0% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 2.9% ที่มีการสำรวจในเดือนที่แล้ว

บรรดานักลงทุนได้ปรับลดคาดการณ์ เกี่ยวกับการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนกันยายน และเพิ่มคาดการณ์ว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งต่างบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว

นักลงทุนยังจับตาการประชุมประจำปีของเฟด ที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคมนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยเฟดจะหารือในหัวข้อ “Reassessing Constraints on the Economy and Policy”

การประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล ถือเป็นการประชุมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีคลัง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การกล่าวปาฐกถาของประธานเฟด เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟด และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ

อ่านข่าวเพิ่มเติม