Stock

ตลาดขานรับรายงานประชุม ‘เฟด’ หนุน ‘ดาวโจนส์’ ปิดบวก 69 จุด

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (6 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” ขยับขึ้นอยู่ในแดนบวก จากการที่นักลงทุนปรับตัว รับรายงานการประชุมเดือนมิถุนายน ของธนาคารกลางสหรัฐ ที่บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 31,037.68 จุด เพิ่มขึ้น 69.86 จุด หรือ 0.23% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 3,845.08 จุด เพิ่มขึ้น 13.69 จุด หรือ 0.36% และดัชนี แนสแด็กปิดที่ 11,361.85 จุด เพิ่มขึ้น 39.61 จุด หรือ 0.35%

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคพุ่งขึ้นกว่า 1% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น 0.88% ทั้งนักลงทุนยังเข้าซื้อหุ้น Defensive Stocks หรือหุ้นที่ปลอดภัย และสามารถต้านทานวัฎจักรทางเศรษฐกิจได้ดี เช่น หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์

ดาวโจนส์

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 12 สัปดาห์ โดยหุ้นไดมอนแบค เอนเนอร์จี ดิ่งลง 3.38% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลง 1.82% หุ้นเชฟรอน ปรับตัวลง 1.31%

ตลาดปรับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก หลังจากที่ คณะกรรมการกำหนดนโยบาย ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 14-15 มิถุนายนที่ผ่านมา หรือที่เรียกกันว่า “เฟดมินนิท”

รายงาน ระบุว่า เฟดมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือในการควบคุมเงินเฟ้อ โดยกรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า การเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม โดยมีแนวโน้มว่า เฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% หรือ 0.75% ในการประชุมเดือนนี้

นักวิเคราะห์มองว่า รายงานการประชุมเฟดสะท้อนให้เห็นว่า กรรมการเฟดเล็งเห็นถึงผลกระทบของเงินเฟ้อ และพยายามที่จะสื่อสารกับตลาดให้ชัดเจนว่า เฟดมุ่งมั่นที่จะใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินต่อไป หากเงินเฟ้อยังคงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจจะทำให้เศรษฐกิจถดถอยลงเล็กน้อยก็ตาม

นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve อีกครั้งเมื่อวานนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นดีดตัวเหนือพันธบัตรระยะยาว ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ (8 ก.ค.) ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 250,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ต่ำกว่าระดับ 390,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนมิุนายน จะทรงตัวที่ระดับ 3.6%

อ่านข่าวเพิ่มเติม