Stock

โอกาสสะสม ‘หุ้น MAKRO’ มาร์จินแกร่ง แรงหนุนธุรกิจค้าปลีก!!

หลังจากที่ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)  หรือ MAKRO ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว โดยรวมพอร์ตธุรกิจของ Lotus’s เข้ามาไว้ด้วยกัน

ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นผู้นำธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความแข็งแกร่งอย่างมาก ทั้งในแง่มูลค่ากิจการ และฐานลูกค้าที่ครอบคลุมเกือบทุกกลุ่ม

อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น MAKRO ยังเป็นจุดที่นักลงทุนมีความกังวลใจอยู่พอสมควร เพราะนับตั้งแต่บริษัทเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป (PO) จำนวน 1,100 ล้านหุ้น ราคาเสนอขาย 43.50 บาทต่อหุ้น โดยได้รับเงินระดมทุนมูลค่าสูงเกือบ 50,000 ล้านบาท ทว่าตั้งแต่นั้นราคาหุ้น MAKRO ก็ไหลลงอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถกลับไปยืนระยะเหนือราคา PO ได้เลย

สยามแม็คโคร ปรับโครงสร้างธุรกิจ

นับจากวันนำหุ้น PO ของ MAKRO เข้าเทรดวันแรกเมื่อ 24 ธันวาคม 2564 นี่ก็เป็นเวลานานกว่า 6 เดือนแล้ว ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นปรับลดลงไปกว่า 20% ซึ่งเหตุผลหลักเป็นเพราะภาพรวมตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้นักลงทุนยังมองไม่เห็นอัพไซด์ทางธุรกิจจากแผนขยายธุรกิจครั้งใหม่

สยามแม็คโคร

ราคาขาลง เป็นจังหวะสะสม

กลยุทธ์แบ่งไม้ซื้อหุ้นในช่วงตลาดขาลง เหมาะที่จะนำมาใช้กับบริษัทที่เรามั่นใจว่าผลประกอบการมีแนวโน้มจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป และเป็นหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานดี มีแผนการลงทุนระยะยาว เพียงแต่ว่าราคาหุ้นปรับลดลงตามสถานการณ์โดยรวม หรือ Sentiment เชิงลบบางอย่างที่ยังคลุมเคลือ

หุ้น MAKRO ถือว่ามีลักษณะคล้ายกับที่กล่าวไปข้างต้น ด้วยพื้นฐานบริษัทแล้วยังคงแข็งแกร่งอยู่มาก แถมโอกาสการเติบโตก็ยังเปิดกว้าง ซึ่งมีสัญญาณบวกแรกให้เห็นแล้วจากผลประกอบการไตรมาส 1/2565 ที่มีรายได้รวม 106,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.7% จากช่วงปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% จากช่วงปีก่อน

โดยเป็นการเติบโตจากการรวมธุรกิจค้าปลีกเข้ามาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ขณะเดียวกันรายได้จากธุรกิจค้าส่งก็เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจในต่างประเทศ และฟูดเซอร์วิสที่คลี่คลายจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ฟื้นตัวกลับมาตามกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร

สยามแม็คโคร

ขณะที่ไตรมาส 2/2565 คาดว่ายอดขายสาขา (Same Store Sales) ของ MAKRO มีแนวโน้มจะเติบโตในระดับสูง เนื่องจากธุรกิจ B2B ในประเทศไทย ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ผลักดันให้มาร์จินอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ซึ่งปัจจัยสำคัญคึอยอดขายกลุ่ม HoReCa ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม, ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง

ด้านแผนขยายสาขาเพิ่ม ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสาขาสำหรับธุรกิจ B2B จำนวน 8-12 สาขาในประเทศไทย และ 2-4 สาขาในต่างประเทศ (อินเดียและกัมพูชา) สำหรับธุรกิจ B2C วางแผนเปิดสาขา 162-213 สาขาในประเทศไทย แบ่งเป็น ไฮเปอร์มาร์เก็ต 4 สาขา ซูเปอร์มาร์เก็ต 8-9 สาขา และมินิซูเปอร์มาร์เก็ต 150-200 สาขา

ราคาเป้าหมายหุ้น MAKRO

ทั้งนี้ ได้ทำการรวบรวมคำแนะนำการลงทุนจากทั้งหมด 12 บริษัทหลักทรัพย์ โดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) พบว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยปี 2565 อยู่ที่ 44.31 บาท ถือว่ามีอัพไซด์ราว 26% จากราคา ณ ปัจจุบัน ที่ 35 บาท (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565)

สุดท้ายสำหรับใครที่สนใจหุ้น MAKRO มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม นั่นคือการเปลี่ยนแปลงในด้านกำลังซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้นทุนที่สูงขึ้นจากแรงกดดันของอัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หมายเหตุ | บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำหรือแนะนำให้ซื้อ ถือหรือขายหุ้นแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน