Stock

‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดบวกเล็กน้อย ‘แนสแด็ก’ ทรุดเกิน 2% วิตกเศรษฐกิจถดถอย

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (24 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” บวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ “แนสแด็ก” ดิ่งลงเกิน 2% หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง ปรับลดแนวโน้มผลประกอบการ ทำให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นว่า การที่ “เฟด” เร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 31,928.62 จุด เพิ่มขึ้น 48.38 จุด หรือ 0.15%, ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 3,941.48 จุด ลดลง 32.27 จุด หรือ 0.81% และดัชนี แนสแด็กปิดที่ 11,264.45 จุด ร่วงลง 270.83 จุด หรือ 2.35%

ดาวโจนส์

ตลาดตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ดิ่งลง 16.6% สู่ระดับ 591,000 ยูนิตในเดือนเมษายน  ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 750,000 ยูนิต จากระดับ 709,000 ยูนิตในเดือนมีนาคม

ขณะเดียวกัน เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนพฤษภาคม ของสหรัฐ ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 57.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 59.2 ในเดือนเมษายน และดัชนี PMI ภาคบริการดิ่งลงสู่ระดับ 53.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน จากระดับ 55.6 ในเดือนที่แล้ว

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากการที่ “สแนป” ซึ่งเป็นเจ้าของแอปพลิเคชันสแนปแชท (Snapchat) ระบุว่า บริษัทอาจพลาดเป้าหมายทั้งในด้านรายได้ และกำไรในไตรมาสปัจจุบัน พร้อมเตือนว่า อาจชะลอการจ้างงานไปจนถึงสิ้นปีนี้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย

ข่าวดังกล่าวฉุดราคาหุ้นสแนป และหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ร่วงลงอย่างรุนแรง โดยหุ้นสแนปทรุดตัวลง 43.08% พินเทอเรสต์ ดิ่งลง 23.64% เมตา แพลตฟอร์มส์ ร่วงลง 7.62% ทวิตเตอร์ ดิ่งลง 5.52% อัลฟาเบท ร่วงลง 4.95% และอเมซอน ร่วงลง 3.21%

หุ้นอเบอร์ครอมบี แอนด์ ฟิทช์ (Abercrombie & Fitch) ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกเสื้อผ้ารายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 28.58% หลังบริษัทเปิดเผยตัวเลขขาดทุนต่อหุ้นในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 27 เซนต์ ซึ่งสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 8 เซนต์ ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของรายได้ในปีงบการเงิน 2565 ลงเหลือ 2% จากเดิม 4%

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า การที่เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย อาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยนักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนพฤษภาคมของเฟดในวันนี้ (25 พ.ค.) อย่างใกล้ชิด เพื่อหาทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการปรับลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) ของเฟด

อ่านข่าวเพิ่มเติม