Stock

‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดพุ่ง 618.34 จุด รับแรงซื้อหุ้นแบงก์-สงครามการค้าใกล้ยุติ

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (23 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” ดีดตัวแรง ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร รวมทั้งข่าวที่ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ส่งสัญญาณยุติการทำสงครามการค้ากับจีน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 31,880.24 จุด พุ่งขึ้น 618.34 จุด หรือ 1.98% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 3,973.75 จุด เพิ่มขึ้น 72.39 จุด หรือ 1.86% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 11,535.27 จุด เพิ่มขึ้น 180.66 จุด หรือ 1.59%

ดาวโจนส์

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้น 3.2% หลัง เจพี มอร์แกน คาดการณ์ว่า ธนาคารจะสามารถบรรลุเป้าหมายด้านรายได้ในปีนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยหนุนธุรกิจการปล่อยกู้

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารยังได้รับแรงบวก จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 2.850%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ดีดตัวขึ้นเนื่องจากแรงช้อนซื้อ โดยหุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 4.01% หุ้นไมโครซอฟท์ เพิ่มขึ้น 3.2% หุ้นอัลฟาเบท พุ่งขึ้น 2.37% หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส ดีดตัวขึ้น 1.39%

ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กำลังพิจารณาเรื่องการปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน โดยจะหารือเรื่องดังกล่าวกับนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางเยือนญี่ปุ่น และกลับสู่สหรัฐ

ทั้งนี้ คำสั่งของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 3.50 แสนล้านดอลลาร์จะหมดอายุลงโดยอัตโนมัติในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ ขณะที่มีการคาดการณ์กันว่า รัฐบาลประธานาธิบดีไบเดน จะไม่ขยายระยะเวลาการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว ท่ามกลางเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐ

นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า การยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน จะช่วยบรรเทาปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐ โดยการผ่อนปรนหรือการยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั้งหมด อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกเพียงไม่กี่ทาง ที่ทำเนียบขาวจำเป็นจะต้องทำเพื่อฉุดต้นทุนสินค้าทุกประเภทให้ลดลง หลังจากที่เงินเฟ้อพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี

อ่านข่าวเพิ่มเติม