Stock

ดาวโจนส์ ปิดร่วง 236.94 จุด กังวลผลกระทบเงินเฟ้อ-เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 200 จุดในวันพฤหัสบดี (19 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 31,253.13 จุด ลดลง 236.94 จุด หรือ 0.75% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 3,900.79 จุด ลดลง 22.89 จุด หรือ 0.58% และดัชนี แนสแด็กปิดที่ 11,388.50 จุด ลดลง 29.66 จุด หรือ 0.26%

ดาวโจนส์

นักวิเคราะห์ระบุว่า บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ยังคงได้รับปัจจัยลบจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการที่เฟดเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย และคาดว่าตลาดจะเผชิญกับความผันผวนต่อไปอีกจนถึงช่วงฤดูร้อน

หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และเป็น 1 ใน 30 หลักทรัพย์ที่คำนวณในดัชนีดาวโจนส์ ปิดร่วงลง 13.73% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 3 ของปีงบการเงิน 2565 อยู่ที่ 87 เซนต์ ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 86 เซนต์ ส่วนรายได้อยู่ที่ 1.284 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.334 หมื่นล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ซิสโก ซิสเต็มคาดการณ์ว่า กำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 76-84 เซนต์ ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 92 เซนต์ และคาดว่ารายได้จะลดลงราว 5.5% โดยบริษัทระบุว่าสงครามในยูเครนและมาตรการล็อกดาวน์ในจีนได้ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น และทำให้บริษัทเผชิญปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนที่จำเป็นต่อการผลิต

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า การที่เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า มีโอกาส 35% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่เวลส์ฟาร์โกคาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเล็กน้อยในช่วงสิ้นปี 2565 จนถึงต้นปี 2566

หุ้นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลที่ว่าภาวะเงินเฟ้อ ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่เจอเทขายอย่างหนัก

อ่านข่าวเพิ่มเติม