Stock

ดิ่งแรง! ‘ดาวโจนส์’ ร่วงเกิน 800 จุด เชื่อ ‘เงินเฟ้อ’ กระทบต่อ ‘รายได้’ ภาคธุรกิจแล้ว

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (18 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” ทรุดตัวลงอย่างหนัก ท่ามกลางความกังว่า ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนแล้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 31,845.60 จุด ดิ่งลง 808.99 จุด หรือ 2.48% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,966.88 จุด ร่วงลง 121.97 จุด หรือ 2.98% และดัชนีแนสแด็กที่ 11,566.20 จุด ทรุดลง 418.32 จุด หรือ 3.49%

ดาวโจนส์

หุ้นกลุ่มค้าปลีกเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง โดยถูกกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งเพิ่มขึ้น และเป็นการบ่งชี้ว่าภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐเริ่มส่งผลกระทบต่อกำไรของภาคธุรกิจ

ราคาหุ้นทาร์เก็ต ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ ดิ่งลงเกือบ 25% ในวันนี้ หลังเปิดเผยตัวเลขกำไรในไตรมาสแรก ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ตลาดยังเจอกับแรงกดดันขาลงอย่างหนัก จากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันว่า เฟดจะไม่ลังเลเรื่องขึ้นดอกเบี้ย จนกว่าจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

FedWatch Tool ของซีเอ็มอี กรุ๊ป บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 100% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.50% ในการประชุมนโยบายการเงินอีก 2 ครั้ง ทั้งในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม หลังจากที่เพิ่งขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในต้นเดือนนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2543 และเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุด ในรอบกว่า 20 ปี

ขณะเดียวกัน เฟดเตรียมปรับลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนหน้า ซึ่งเฟดจะลดขนาดงบดุลในวงเงิน 47,500 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน และหลังจากนั้น 3 เดือน เฟดจะเพิ่มการลดขนาดงบดุลเป็น 95,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

อ่านข่าวเพิ่มเติม