Stock

‘ดาวโจนส์’ ขยับขึ้นไม่ถึง 10 จุด กังวลศก.จีนซบ กระทบศก.โลกฟื้นตัว

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (16 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เหตุข้อมูลเศรษฐกิจด้านลบในจีน ทำให้เกิดความกังวลว่า เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง ในช่วงเวลาที่เฟดกำลังจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 32,204.27 จุด ขยับขึ้นมา 7.61 จุด หรือ 0.02% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,011.70 จุด ลดลง 12.19 จุด หรือ 0.30% และดัชนีแนสแด็กที่ 11,701.27 จุด ร่วงลง 103.73 จุด หรือ 0.88%

ดาวโจนส์

วันนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน รายงานยอดค้าปลีกเดือนเมษายน ร่วงลง 11.1% ในเดือน ย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 6.1% และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเมษายน ลดลง 2.9% สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4%

ส่วนยอดค้าปลีกในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ลดลง 0.2% และการผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วง 4 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 4% รายงาน ระบุด้วยว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 6.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 7%

สำหรับอัตราว่างงานของจีนในเดือนเมษายน พุ่งขึ้นแตะระดับ 6.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 จากระดับ 5.8% ในเดือนมีนาคม

ข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ดังกล่าว บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจจีนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินของจีน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายใต้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้นักลงทุนพากันวิตกว่า จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ในช่วงเวลาที่มีแนวโน้มว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย เพื่อรับมือกับการทะยานขึ้นของเงินเฟ้อ

ตลาดยังจับตาข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนเมษายนของสหรัฐ ที่จะเปิดเผยในวันอังคารนี้ (17 พ.ค.) ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่าภาคค้าปลีกของสหรัฐรับมือกับภาวะเงินเฟ้อได้ดีแค่ไหน

อ่านข่าวเพิ่มเติม