Stock

‘ดาวโจนส์’ ร่วง 6 วันต่อเนื่อง กังวล ‘เฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง’ เกาะติดตลาด

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (12 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” ร่วงลงเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่เต็มไปด้วยความผันผวน และความกังวลถึงการขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของเหด ที่ยังเกาะติดตลาดอยู่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 31,730.30 จุด ลดลง 103.81 จุด หรือ 0.33% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 3,930.08 จุด ลดลง 5.10 จุด หรือ 0.13% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 11,370.96 จุด เพิ่มขึ้น 6.73 จุด หรือ 0.06%

นักวิเคราะห์ ระบุว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน โดยดาวโจนส์ และเอสแอนด์พี 500 เคลื่อนไหวในแดนบวก และลบ เกือบตลอดทั้งวัน ก่อนที่จะปิดตลาดลดลง เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งขึ้นสูงกว่าคาด

ดาวโจนส์

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 100% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.50% ในการประชุมนโยบายการเงินอีก 2 ครั้ง ทั้งในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม หลังจากที่เฟดเพิ่งขึ้นดอกเบี้ยไป 0.50% ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี

หุ้น 5 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดในแดนลบ โดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลงหนักสุด อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ดีดตัวขึ้น และหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน

เมื่อวานนี้  กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากดีดตัวขึ้น 1.6% ในเดือนมีนาคม

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 1,000 ราย สู่ระดับ 203,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 195,000 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม