Stock

วิตก ‘รัสเซีย-ยูเครน’ เสี่ยงเกิดสงคราม ทุบ ‘ดาวโจนส์’ ทรุดหนักกว่า 700 จุด แนสแด็กร่วงเกิน 3%

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (24 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ดิ่งลงอย่างหนัก ท่ามกลางความกังวลถึงความเป็นไปได้ที่ รัสเซียจะโจมตียูเครน ซ้ำเติมความวิตกเดิมของนักลงทุน ในเรื่องที่ธนาคารกลางสหรัฐ จะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายในเชิงรุก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 33,554.76 จุด ร่วงลง 710.61 จุด หรือ 2.07% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,280.79 จุด ทรุดลง 117.15 จุด หรือ 2.66% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,336.82 จุด ทรุดลงถึง 432.10 จุด หรือ 3.14%

ดัชนีความผันผวน CBOE หรือ CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท พุ่งขึ้นเหนือระดับ 37 ในวันนี้ แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี

Stocksbitcoin ๒๑๐๕๐๔

สหรัฐและอังกฤษ ได้แจ้งให้ประชาชนของตนเร่งอพยพออกจากยูเครน ขณะที่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ประกาศเสริมกำลังทหารทั้งทางบก ทะเล และทางอากาศตามพรมแดนฝั่งตะวันออก เนื่องจากมีความเป็นไปได้มากขึ้น ที่รัสเซียอาจทำการโจมตียูเครนในไม่ช้า

ทางด้านรัสเซียตรึงกำลังทหารเกือบ 100,000 นายประชิดชายแดนยูเครน ขณะที่การเจรจาระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกยังคงไม่มีความคืบหน้า

ตลาดยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 25-26 มกราคมนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายต่างแสดงความเห็นสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งรวมถึงนางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟด, นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟด สาขาชิคาโก, นายแพทริก ฮาร์เกอร์ ประธานเฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย และนางแมรี ดาลี ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 100% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่เฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) พร้อมกับคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้

ทางด้านโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 4 ครั้งในปีนี้ และจะเริ่มปรับลดขนาดงบดุลในเดือนกรกฎาคมหรือเร็วกว่านั้น จากปัจจุบันที่พุ่งสูงกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ไมโครซอฟท์, เทสลา และ แอปเปิ้ล

อ่านข่าวเพิ่มเติม