Stock

‘ดาวโจนส์’ ปิดแดนลบ ผิดหวังรายได้ยักษ์ค้าปลีก-กังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย

“ดาวโจนส์” ปิดซื้อขายในแดนลบ เมื่อวานนี้ (24 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ  หลังยักษ์ค้าปลีก อย่าง นอร์ดสตรอม และแก๊ป อิงค์  รายงานผลประกอบการต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ดี ดัชนี เอสแอนด์พี 500 และแนสแด็ก ปิดในแดนบวก โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเทคโนโลยี

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,804.38 จุด ลดลง 9.42 จุด หรือ 0.03%, ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 4,701.46 จุด เพิ่มขึ้น 10.76 จุด หรือ 0.23% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 15,845.23 จุด เพิ่มขึ้น 70.09 จุด หรือ 0.44%

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ตลาดตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งความวิตกเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดรอบใหม่ในยุโรป และกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่เฟดเปิดเผยรายงานการประชุมครั้งล่าสุด

Stocksbitcoin ๒๑๐๔๐๗7888

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนพฤศจิกายนเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เฟดพร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ย และลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เร็วขึ้นกว่ากำหนด หากตัวเลขเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง

หุ้นนอร์ดสตรอม ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 29.03% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 3 ที่ระดับ 39 เซนต์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 56 เซนต์  ทั้งนอร์ดสตรอม ยังระบุว่า กำลังเผชิญปัญหาห่วงโซ่อุปทานในช่วงก่อนเทศกาลชอปปิงวันหยุด รวมถึงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่

หุ้นแก๊ป อิงค์ ยักษ์ค้าปลีกเครื่องแต่งกายสหรัฐ ร่วงลง 24.05% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 3 ที่ระดับ 27 เซนต์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 50 เซนต์ ขณะที่รายได้อยู่ที่ระดับ 3,940 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 4,440 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเมื่อวานนี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2564 ที่ขยายตัว 2.1% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งแรกที่ระดับ 2.0%

ขณะที่ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 71,000 ราย สู่ระดับ 199,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2512 ส่วนดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 5.0% ในเดือนตุลาคม เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน2533

อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 0.5% ในเดือนตุลาคม หลังจากลดลง 0.4% ในเดือนกันยายน

ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดทำการในวันนี้ (25 พ.ย.) เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า และจะเปิดทำการซื้อขายเพียงครึ่งวันในวันศุกร์ (26 พ.ย.)

อ่านข่าวเพิ่มเติม