Stock

‘ดาวโจนส์’ ร่วง เศรษฐกิจส่งสัญญาณเจอ ‘เงินเฟ้อ’ กดดัน

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (24 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นร่วงลง หลังข้อมูลเศรษฐกิจที่เปิดเผยออกมา ส่งสัญญาณถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ประกอบกับนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของผู้ค้าปลีกจำนวนหนึ่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 35,746.41 จุด ลดลง 67.39 จุด หรือ 0.19% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,688.92 จุด ขยับลงมา 1.78 จุด หรือ 0.04% และดัชนีแนสแด็กที่ 15,779.64 จุด บวก 4.50 จุด หรือ 0.03%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3/2564 ในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.1% สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งแรกที่ระดับ 2.0% แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.2%

Stocksbitcoin ๒๑๐๖๒๘

ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจกิจสหรัฐเติบโต 6.7% ในไตรมาส 2 และ 6.3% ในไตรมาส 1 โดยเศรษฐกิจชะลอตัวลงในไตรมาส 3 เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา และการขาดแคลนวัตถุดิบในภาคการผลิต ซึ่งกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ยอดขายรถยนต์ และตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง

นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยลบจากการปรับตัวลงของการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ และการใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งการพุ่งขึ้นของยอดขาดดุลการค้าสหรัฐ ซึ่งแตะระดับ 96,3 00 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ข้อมูลเศรษฐกิจที่เปิดเผยออกมาในวันนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า ในเดือนตุลาคม ผู้บริโภคสหรัฐใช้จ่ายสูงกว่าที่คาดไว้ จากการที่ครัวเรือนต่าง ๆ พากันเข้าซื้อรถยนต์ และสินค้าประเภทต่าง ๆ

ทั้งในช่วง 12 เดือน นับถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ดัชนีราคาพีซีอี ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มักใช้เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ยังพุ่งขึ้น 4.1% หลังจากที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว 3.7% เมื่อเดือนกันยายน

ตลาดหุ้นสหรัฐ จะปิดทำการในวันพรุ่งนี้ (25 พ.ย.) เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า และจะเปิดทำการซื้อขายเพียงครึ่งวันในวันศุกร์ (26 พ.ย.)