Stock

‘ดาวโจนส์’ พุ่งเกือบ 200 จุด ขานรับยอดค้าปลีกแกร่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (16 พ.ย.) โดยที่ดาวโจนส์ทะยานขึ้นเกือบ 200 จุด ขานรับตัวเลขค้าปลีกที่ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 36,282.17 จุด พุ่งขึ้น 194.72 จุด หรือ 0.54% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,706.81 จุด ปรับขึ้น 24.01 จุด หรือ 0.51% และดัชนีแนสแด็กที่ 15,944.85 จุด บวก 91.00 จุด หรือ 0.57%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 1.7% ในเดือนตุลาคม เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนกันยายน แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน

Stocksbitcoin ๒๑๐๕๒๐20

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร พุ่งขึ้น 1.6% ในเดือนตุลาคม หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.ย.

ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนลงนามในกฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน วงเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อวานนี้ โดยโครงการดังกล่าวจะรวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณในการก่อสร้างถนน สะพาน ทางรถไฟ ปัจจัยพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และโครงการอื่นๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในสหรัฐ

นักลงทุนยังขานรับการประชุมทางไกลระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันนี้

ทั้งนี้ บรรยากาศการเจรจาของผู้นำสหรัฐและจีนเป็นไปอย่างราบรื่นและฉันท์มิตร โดยทั้งสองต่างยืนยันที่จะร่วมมือกันเพื่อให้เกิดสันติภาพและการพัฒนาทั่วโลก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการประชุมระหว่างประธานาธิบดีไบเดน และประธานาธิบดีสี ได้ส่งสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน และมีโอกาสที่ประเทศทั้งสองจะยุติการทำสงครามการค้าที่เกิดขึ้นในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

“การประชุมดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด และจะปูทางไปสู่การเจรจาการค้า โดยสหรัฐอาจผ่อนคลายมาตรการทางการค้าต่อจีน” นายเรย์มอนด์ เหยิง นักเศรษฐศาสตร์จากเอเอ็นแซดกล่าว

ทั้งนี้ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม