Stock

‘ดาวโจนส์’ ปิดแดนบวก เมินข้อมูลเศรษฐกิจแย่ ‘น้ำมัน-ทองคำ’ เดินตามขาขึ้น

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (12 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และนักลงทุนขานรับแผนปรับโครงสร้างของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) แม้ผิดหวังกับการเปิดข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐก็ตาม

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,100.31 จุด เพิ่มขึ้น 179.08 จุด หรือ 0.50%, ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 4,682.85 จุด เพิ่มขึ้น 33.58 จุด หรือ 0.72% และดัชนี แนสแด็ก ปิดที่ 15,860.96 จุด เพิ่มขึ้น 156.68 จุด หรือ 1.00%

LINE ALBUM Stocksbitcoin ๒๑๑๑๑๓

แต่ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 0.6%, ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.3% และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 0.7% ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้ตลาดยุติการปรับตัวขึ้นเป็นเวลา 5 สัปดาห์ติดต่อกัน

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนได้พากันเข้าซื้อหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อาทิ หุ้นไมโครซอฟท์ และหุ้นแอปเปิ้ล

ตลาดยังปรับตัวขึ้น แม้นักลงทุนผิดหวังกับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในวันศุกร์ โดยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ดิ่งลงสู่ระดับ 66.8 ในเดือนพฤศจิกายน  ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  2554 จากระดับ 72.8 ในเดือนกันยายน และดัชนีความเชื่อมั่นยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 72.5

ด้านสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลงสู่ระดับ 10.44 ล้านตำแหน่งในเดือนกันยายน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 10.46 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 10.63 ล้านตำแหน่งในเดือนสิงหาคม

สำหรับข้อมูลความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐที่ลดลงนั้นอาจสร้างความวิตกให้กับกลุ่มค้าปลีก ขณะใกล้ถึงฤดูกาลการใช้จ่ายในช่วงวันหยุด และบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ อาทิ วอลมาร์ท, ทาร์เก็ต, โฮม ดีโปท์ และเมซี มีแนวโน้มที่จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์หน้า

ข้อมูลจาก Refinitiv บ่งชี้ว่า บริษัท 459 แห่งในดัชนีเอสแอนด์พี 500 รายงานผลประกอบการออกมาแล้ว โดย 80% รายงานผลประกอบการสูงเกินคาด

ขณะที่ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก กำหนดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 80 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 80.79 ดอลลาร์/บาร์เรล และลดลง 0.6% ในรอบสัปดาห์นี้ โดยถูกกดดันจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจจะระบายน้ำมันดิบออกจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR)

ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกดดันสัญญาน้ำมันดิบ โดยลดความน่าดึงดูดของสัญญาน้ำมัน เนื่องจากทำให้สัญญาน้ำมันมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ๆ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หลังจากการพุ่งขึ้นของตัวเลขเงินเฟ้อในสหรัฐ อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด

ทางด้านราคาทองคำ ตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 4.6 ดอลลาร์ หรือ 0.25% ปิดที่ระดับ 1,868.5 ดอลลาร์/ออนซ์ ถือเป็นการปิดในแดนบวกเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน และปรับตัวขึ้นราว 2.8% ในสัปดาห์นี้

นักลงทุนยังคงแห่เข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ ทั้งการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐข้างต้น ก็ได้ช่วยหนุนราคาทองด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม