Stock

คาดหุ้นสัปดาห์หน้า ลุ้นไปต่อจากเงินไหลเข้า ขณะเงินบาทแนวโน้มอ่อนค่า


หุ้นสัปดาห์หน้ามีโอกาสขยับขึ้นต่อ แนวต้านที่ 1,650 จุด จากเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 3 และเงินไหลเข้า ขณะค่าเงินบาทแนวโน้มอ่อน

หุ้นสัปดาห์หน้า (25-29 ตุลาคม) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,630 และ 1,615 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,650 และ 1,675 จุด ตามลำดับ

หุ้นสัปดาห์หน้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด ผลประกอบการไตรมาส 3/64 ของบจ. ทิศทางเงินลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนทิศทางราคาน้ำมันโลก

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Index เดือนกันยายน รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/64 ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ การประชุม BoJ และ ECB ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/64 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนตุลาคมของยูโรโซน ตลอดจนกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.ของจีน

หุ้นไทยร่วงลงแรงระหว่างสัปดาห์ แต่ฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงปลายสัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,643.42 จุด เพิ่มขึ้น 0.31% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 79,001.31 ล้านบาท ลดลง 8.61% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.94% มาปิดที่ 559.65 จุด  

หุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบที่ผันผวนในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงเทขายหนักจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างชาติระหว่างรอการประกาศงบการเงินไตรมาส 3 ของบจ.

อย่างไรก็ดีหุ้นไทยทยอยปรับตัวขึ้นได้อีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ตามแรงซื้อคืนหุ้นบิ๊กแคปหลายกลุ่ม ประกอบกับมีข่าวธปท.ผ่อนคลายมาตรการ LTV  ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปลายสัปดาห์

สำหรับค่าเงินบาทในสัปดาห์ถัดไป (25-29 ตุลาคม) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.80-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ ตัวเลขการส่งออกและเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนกันยายน

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนสิงหาคม ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core Price Index เดือนก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคม และจีดีพีไตรมาส 3/64 (advance) นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม ECB และ BOJ ข้อมูลกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนกันยายนของจีน และจีดีพีไตรมาส 3/64 ของยูโรโซน 

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่ขยับอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบสัปดาห์ก่อน โดยเงินบาทอ่อนค่าลงท่ามกลางแรงซื้อเงินดอลลาร์ของกลุ่มผู้นำเข้า ขณะที่เงินดอลลาร์มีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐโดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ระดับประมาณ 1.67%

อย่างไรก็ดีกรอบการอ่อนค่าของเงินบาทถูกจำกัดไว้บางส่วนตามจังหวะการสลับเข้าซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติในระหว่างสัปดาห์ 

ในวันพฤหัสบดี (21 ตุลาคม) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.38 เทียบกับระดับ 33.31 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (15 ตุลาคม)

อ่านข่าวเพิ่มเติม: