Stock

‘ดาวโจนส์’ พุ่งไม่หยุด ทะยานเกือบ 300 จุด ขานรับ ‘สหรัฐ’ เปิดประเทศ


ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (15 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ดาวโจนส์ ยังทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง แรงหนุนจากการประกาศเปิดประเทศ ที่สร้างความหวังถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้ง ยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 35,182.77 จุด ทะยานขึ้น 270.21 จุด หรือ 0.77% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,462.09 จุด ปรับขึ้น 23.83 จุด หรือ 0.54% และดัชนีแนสแด็กที่ 14,867.58 จุด บวก 44.16 จุด หรือ 0.30%

ดาวโจนส์

หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจ เช่น สายการบิน และ เรือสำราญ ต่างพุ่งขึ้นในการซื้อขายวันนี้ ขานรับรัฐบาลสหรัฐที่ได้ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าสู่สหรัฐ

ทั้งนี้ สหรัฐประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ หลังจากที่รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งดังกล่าวในปีที่แล้ว เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดย ทำเนียบขาว แถลงว่า ชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครบโดส จะสามารถเดินทางเข้าสู่สหรัฐนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายนเป็นต้นไป

บรรดานักลงทุน คาดว่า การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการบิน และการท่องเที่ยวของสหรัฐ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้

สหรัฐเริ่มใช้มาตรการจำกัดการเดินทางครั้งแรกต่อผู้ที่เดินทางจากจีน เมื่อเดือนมกราคม 2563 เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากนั้น ได้เพิ่มรายชื่อประเทศที่ถูกจำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐเรื่อยมา จนกระทั่งล่าสุดในเดือนพฤษภาคม สหรัฐได้ประกาศห้ามผู้ที่เดินทางจากอินเดียเข้าประเทศ

ขาขึ้นของตลาด ยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทจำนวน 80.5% ในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 3 แล้ว ต่างก็มีกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนกันยายน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่า จะลดลง 0.2% หลังจากดีดตัวขึ้น 0.9% ในเดือนก่อนหน้านั้น

อย่างไรก็ดี นักลงทุนกังวลว่า ภาวะตึงตัวด้านการจัดหา จะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนที่แล้ว หลังจากพุ่งขึ้น 2.6% ในเดือนสิงหาคม

อ่านข่าวเพิ่มเติม