Stock

ราคาน้ำมันยังแรง ปิดตลาดดีดอีก 1.05 ดอลล์ เหตุทั่วโลกยังอยู่ใน ‘ภาวะตึงตัว’

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ  ปิดในแดนบวก เมื่อวานนี้ (8 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางภาวะตึงตัว ของปริมาณพลังงานทั่วโลก

ภาวะตึงตัวดังกล่าว หนุนราคาน้ำมันดิบสหรัฐ ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปี ขณะที่บรรดาผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ ต้องเจอกับความยากลำบาก ในการรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

shutterstock 365888501

ราคาน้ำมันดิบ WTI กำหนดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.05 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 79.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม  2557 เป็นต้นมา และพุ่งขึ้น 4.6% ในรอบสัปดาห์นี้

ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ (BRENT) กำหนดส่งมอบเดือนธันวาคม ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ  เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 82.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเพิ่มขึ้น 3.9% ในรอบสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า ปริมาณน้ำมันจะตึงตัวมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ เริ่มฟื้นตัว จากผลกระทบของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

นายคาร์สเทน ฟริตช์ นักวิเคราะห์ด้านพลังงาน จากคอมเมิร์ซแบงก์ รีเสิร์ช แสดงความเห็นว่า ตลาดน้ำมันจะยังตึงตัวไปจนถึงสิ้นปีนี้ เนื่องจากมีความต้องการที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) กับชาติพันธมิตร หรือที่เรียกรวมกันว่า โอเปคพลัส ยังคงดำเนินนโยบายการผลิตที่จำกัด

นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของราคาก๊าซในยุโรป ก็มีส่วนทำให้ความต้องการใช้น้ำมันพุ่งขึ้นด้วย เนื่องจากกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนจากการใช้ก๊าซ มาเป็นการใช้น้ำมันมากขึ้นในการผลิตไฟฟ้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม