Stock

ส่องหุ้นไทยเดือนสิงหาคม จับตาโควิดฉุดดัชนี หลังยอดผู้ติดเชื้อยังพุ่ง


ส่องหุ้นไทยเดือนสิงหาคม!! 3 โบรกเกอร์คาดหนักสุดแกว่งร่วง 1,480-1,500 จุด หลังตัวเลขผู้ติดโควิดพุ่งทำลายสถิติรายวัน สั่งจับตาสถานการณ์การเมือง-ตัวเลขผู้ติดเชื้อ

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนสิงหาคมยังคง Sideway Down โดยนักลงทุนยังกังวลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศยังอยู่ในระดับสูงจากเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่รุนแรงขยายพันธุ์เร็วกว่าสายพันธุ์อื่น 1,000 เท่า ทำให้ทั่วโลกเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง

ขณะที่ “ศบค.” ได้ประกาศยกระดับเพิ่มพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 29 จังหวัด ขยายเวลาล็อกดาวน์ 14 วัน ผ่อนคลายร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า มีผลตั้งแต่ 3 สิงหาคม 2564 หากยังไม่ดีขึ้นอาจขยายเวลาต่อไปจนถึง 31 สิงหาคม 2564 ซึ่งประเมินว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/64 ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกสาม ด้วยการบริโภคภาคเอกชนลดลง และภาคการท่องเที่ยวที่ยังยังไม่ฟื้นตัว เพราะยังจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศยังมีอยู่ ส่งผลให้ Consensus อาจปรับลดประมาณการ GDP ปี 64 ลงอีก ดังนั้น จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ระดับ 1,500-1,570 จุด

หุ้นไทยเดือนสิงหาคม

ทั้งนี้ ยังคงจับตายอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และการแก้ไขสถานการณ์ของภาครัฐ รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2564 ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) และสำนักงานประกันสังคมเริ่มโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนตาม ม.33 และการรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในหมวดต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศออกมาตลาดในช่วงเดือนสิงหาคม อีกทั้งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565

ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2564 ออกมาดี ได้แก่ WICE, AS, BCH, LANNA, SPALI, XO และ CKP รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบาย WFH 100% ได้แก่ ADVANC, DTAC, TRUE, JAS, DIF, JASIF, ITEL, NETBAY, YGG, AS และ INSET

หุ้นไทยเดือนสิงหาคม

บล.ทิสโก้ คาดหุ้นแกว่งซึมลงอาจหลุด 1,500 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยในเดือนสิงหาคมนี้ ยังมีแนวโน้มแกว่งซิกแซกลงไม่เปลี่ยนแปลง แนะนำกลยุทธ์การลงทุน ให้ทยอยรับแบบ “แบ่งไม้ซื้อ” ให้ความสำคัญที่บริเวณ 1,500-1,510 จุด และในกรณีแย่อาจได้ซื้อลึกถึง 1,480 จุด

ขณะที่ให้เน้นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรจะออกดีมีปันผลจ่ายระหว่างกาล โดยแนะนำหุ้นเด่นในเดือนสิงหาคม คือ BEC, BJC, HANA, JMT, MAKRO, RJH และ SPALI ให้แนวรับสำคัญของดัชนีหุ้นไทยในเดือนนี้อยู่ที่ 1,500-1,510 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,480 จุด ส่วนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,560-1,580 จุด

ทั้งนี้ ด้วยการระบาดในประเทศและการใช้มาตรการล็อกดาวน์ส่อแววยืดเยื้อ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังพุ่งขึ้นไม่หยุด ล่าสุดทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.8 หมื่นคนต่อวัน สร้างความกังวลมากขึ้นต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยนั้น

กรณีฐาน (Base Case) ประเมินว่าจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่จะขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1.5-1.8 หมื่นคน ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ถึงต้นเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนที่จะทรงตัวในช่วงกลางเดือนสิงหาคม และเริ่มมีสัญญาณการปรับตัวลดลงในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ส่งผลให้มาตรการล็อกดาวน์ น่าจะเริ่มผ่อนคลายได้บางส่วนในเดือนกันยายนเป็นต้นไป หากเป็นเช่นนี้เศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะไม่เติบโต หรือ +0% และคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,500-1,510 จุด

กรณีแย่ (Worst Case) หากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ทะลุหลัก 20,000 คนต่อวัน และมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่ยืดเยื้อกินเวลานานจนถึงเดือนกันยายนนี้ มีความเสี่ยงสูงที่เศรษฐกิจไทยจะกลับสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 ที่เศรษฐกิจไทยถดถอย 2 ปีซ้อน ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยจะมีโอกาสสูงที่จะปรับตัวหลุดระดับ 1,500 จุด

นายอภิชาติ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยการเมืองในช่วง 2 เดือนข้างหน้านี้ แม้จะเข้มข้นไม่แพ้สถานการณ์ระบาดที่รุนแรงเลย และขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากที่ไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลเกี่ยวกับการควบคุมการระบาดและการบริหารจัดการวัคซีน แต่มองว่ายังไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ โดยเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะช่วยกันประคับประคองให้ภารกิจสำคัญสำเร็จลุล่วงก่อน

หุ้นไทยเดือนสิงหาคม

“บล.ทรีนีตี้” แนะธีมการลงทุนเดือนสิงหาคม 7 กลุ่ม

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยถึง หุ้นไทยเดือนสิงหาคม 2564 ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังมียอดผู้ติดเชื้อยังสูงขึ้น ล่าสุด ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประกาศขยายเวลามาตรการล็อกดาวน์ไปจนถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2564 เป็นอย่างน้อย และเพิ่มจังหวัดจาก 13 เป็น 29 จังหวัด ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการลงทุนที่จะเห็นการปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) รวมถึงลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ลงได้อีก

นอกจากนี้ การล็อกดาวน์ที่ยืดเยื้อส่งผลให้สภาพคล่องในระบบปรับตัวลดลง สะท้อนผ่านปริมาณเงินในระบบหรือ M2 ที่ขยายตัวน้อยลงทำสถิติต่ำสุดในรอบ 13 ปี ส่งผลให้การมีส่วนร่วมของนักลงทุนทั่วไปในตลาดหุ้นไทยเริ่มอยู่ในระดับจำกัด และทำให้วอลุ่มการซื้อขายโดยรวมเบาบางลงไปด้วย

นายณัฐชาต กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนในภาวะแบบนี้ ทางทรีนีตี้ แนะนำว่า สำหรับพอร์ตที่ทยอยสะสมหุ้นมาก่อนหน้านี้ที่บริเวณดัชนีต่ำกว่า 1,550 จุดลงมา มองว่าสามารถถือครองหุ้นไว้ก่อนได้ ขณะที่นักลงทุนที่ต้องการเข้าสะสมหุ้นครั้งใหม่ อาจรอจังหวะดัชนีหุ้นที่มีการย่อตัวแถวบริเวณแนวรับประจำเดือนนี้ที่ให้ไว้ที่ 1,480-1,500 จุด น่าจะเป็นระดับการเข้าลงทุนที่ปลอดภัย เนื่องจากเป็นระดับที่ Valuation ต่ำและมีการซื้อขายที่ระดับ Forward PE 15.5 เท่า เท่านั้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 17.2 เท่า

สำหรับธีมการลงทุนที่น่าสนใจในเดือนสิงหาคม 7 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มสินค้าส่งออกของไทยจำพวกอาหารและอุตสาหกรรมการเกษตร ที่ได้ประโยชน์จากพฤติกรรม WFH ได้แก่ PM, SUN, XO
  • กลุ่ม Logistics ที่ยังคงมี Valuation ถูก ได้แก่ NCL, WICE
  • กลุ่มเครื่องดื่มที่มียอดส่งออกช่วยหนุนการเติบโตและมี Upside จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้แก่ ICHI, SAPPE
  • กลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่ Laggard และยังคงมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดี ได้แก่ SFLEX, SFT, UTP
  • กลุ่มการแพทย์ที่ได้อานิสงส์ทางอ้อมจากโควิด-19 ที่รุนแรงต่อเนื่องได้แก่ BDMS, CHG
  • กลุ่มยาและอาหารเสริมที่ได้ประโยชน์จากการที่คนหันมาตระหนักกับสุขภาพมากขึ้น ได้แก่ IP, MEGA
  • กลุ่ม Commodities ต้นน้ำ ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่อยู่สูงต่อไป ได้แก่ PTTEP

อ่านข่าวเพิ่มเติม