ดูหนังออนไลน์
Stock

‘ดาวโจนส์’ พุ่งไม่หยุด ทะยานกว่า 200 จุด ตลาดเมิน ‘เงินเฟ้อ’ ทุบสถิติ 30 ปี

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดทะยานกว่า 200 จุด โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการที่สหรัฐเปิดเผยดัชนีเงินเฟ้อสำคัญพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี เนื่องจากนักลงทุนมองว่า การดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อในระยะนี้เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 34,447.86 จุด พุ่งขึ้น 251.04 จุด หรือ 0.73% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,278.23 จุด ปรับขึ้น 11.74 จุด หรือ 0.28% และดัชนีแนสแด็กที่ 14,355.52 จุด ลดลง 14.19 จุด หรือ 0.10%

ในสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 3.2%  ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ทะยานขึ้น 2.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดเทียบรายสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่วนดัชนี แนสแด็ก ดีดตัวขึ้น 2.6% เช่นกัน

Stocksbitcoin ๒๑๐๖๒๕

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับรายงานที่ว่า ธนาคารขนาดใหญ่ทั้ง 23 แห่งของสหรัฐสามารถผ่านการทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้ธนาคารดังกล่าว สามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับปกติ และกลับมาซื้อคืนหุ้นได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการที่ ทำเนียบขาวสามารถบรรลุข้อตกลงกับสภาคองเกรส ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในสหรัฐ

ทำเนียบขาวระบุว่า มาตรการดังกล่าวรวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณครั้งใหม่วงเงิน 5.79 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะรวมทั้งโครงการสร้างถนน สะพาน ทางรถไฟ ปัจจัยพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และโครงการอื่นๆ

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ พุ่งขึ้น 3.4% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2535 หรือสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพฤษภาคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.6% ส่วนดัชนี PCE ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 0.6% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE ทั่วไปพุ่งขึ้น 3.9% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ระบุว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นดังกล่าวถูกบิดเบือนจากการเปรียบเทียบกับตัวเลขฐานที่ต่ำผิดปกติในปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นราคาสินค้าได้ทรุดตัวลง โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และจากการปิดเศรษฐกิจ หลังประกาศมาตรการล็อกดาวน์

นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ระบุก่อนหน้านี้ว่า การปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อในระยะนี้เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว และจะผ่อนคลายลงในปีหน้า ขณะที่เศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ โดยไม่มีปัญหาการขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบในการผลิต

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จากกระทรวงแรงงาน

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐทรงตัว หรือเพิ่มขึ้น 0% ในเดือนพฤษภาคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากพุ่งขึ้น 0.9% ในเดือนเมษายน

รายได้ส่วนบุคคลลดลง 2% ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 2.7%

ทั้งนี้ การใช้จ่ายและรายได้ส่วนบุคคลได้ชะลอตัวลง หลังจากที่พุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลสหรัฐส่งเช็คเงินสดให้แก่ชาวอเมริกันตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ส่วนอัตราการออมของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 12.4% ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 14.5% ในเดือนเมษายน

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 85.5 ในเดือนมิถุนายน สูงกว่าระดับ 82.9 ในเดือนพฤษภาคม แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 86.5  ดัชนีปรับตัวขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการจ้างงาน

ดัชนีคาดการณ์ในอนาคตดีดตัวขึ้นในเดือนมิถุนายน ขณะที่ดัชนีบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันปรับตัวลงเล็กน้อย

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ สถานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล

อ่านข่าวเพิ่มเติม