ดูหนังออนไลน์
Stock

‘ดาวโจนส์’ ดีดตัว 4 วันติด คลายกังวลเงินเฟ้อ บอนด์ยีลด์ ร่วง

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (25 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำโดยขาขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังนักลงทุนคลายกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ลดลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุด ขยับขึ้น 22.20 จุด หรือ 0.06% มาอยู่ที่ 34,416.18 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับขึ้น 2.92 จุด หรือ 0.07% ที่ 4,199.97 จุด และดัชนีแนสแด็กที่ 13,690.37 จุด บวก 29.20 จุด หรือ 0.21%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นในวันนี้ เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มสายการบิน และธุรกิจเรือสำราญ

ดัชนียังได้ปัจจัยบวกจากการที่นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวสนับสนุนนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของเฟด แม้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น โดยระบุว่า การดีดตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อก่อนหน้านี้ จะไม่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทะยานขึ้นแบบไม่พึงประสงค์ ตามที่นักวิเคราะห์หลายคนเคยเตือนไว้

เขายังย้ำถึงการสนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษของเฟด และว่า  การใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นปัจจัยหนุนคาดการณ์เงินเฟ้อก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่น่าพึงพอใจ

“ผมยังไม่เคยเห็น สิ่งที่จะทำให้ผมเปลี่ยนแปลงการสนับสนุน ต่อจุดยืนการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของเฟด หรือการชี้นำของเรา ไปสู่แนวทางนโยบายดังกล่าว”

อย่างไรก็ดี นักลงทุนกำลังจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทค้าปลีกหลายแห่ง มีกำหนดรายงานผลประกอบการรายไตรมาส ในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 1 ปี 2564 (ประมาณการครั้งที่ 2) ในวันพฤหัสบดีนี้ (27 พ.ค.) และดัชนีราคาการใช้จ่าย เพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์ (28 พ.ค.) โดยดัชนี PCE นับเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ

ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับจีดีพี ประจำไตรมาส 1/2564 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 6.4% ในไตรมาส 1 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.1% และเป็นตัวเลขการขยายตัวสูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ไตรมาส 3/2546 หลังจากที่เติบโต 4.3% ในไตรมาส 4/2563

ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 13.2% ในเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 หลังจากเพิ่มขึ้น 12% ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.3% ในเดือนมีนาคม หลังจากเพิ่มขึ้น 12.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยราคาบ้านเพิ่มขึ้นสูงสุดในเมืองฟีนิกซ์ ซานดิเอโก และซีแอตเติล แรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งของผู้ซื้อบ้าน และสต็อกบ้านที่ตึงตัว

วันนี้ ราคาหุ้นโมเดอร์นา ยังพุ่งขึ้น 1.64%  หลังยักษ์ใหญ่ด้านเวชภัณฑ์รายนี้ เปิดเผยว่า วัคซีนของบริษัทมีประสิทธิภาพ 100% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สำหรับวัยรุ่นอายุ 12-17 ปี ซึ่ง โมเดอร์นา ถือเป็นบริษัทแห่งที่ 2 ต่อจากไฟเซอร์ ที่ประกาศว่า วัคซีนของบริษัทมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สำหรับวัยรุ่น

นอกจากนี้ โมเดอร์นายังระบุว่า บริษัทจะยื่นเรื่องในเดือนมิถุนายน เพื่อขออนุมัติต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) เพื่อให้มีการใช้วัคซีนโควิด-19 สำหรับวัยรุ่นอายุ 12-17 ปีในกรณีฉุกเฉิน

หากได้รับการอนุมัติ ทางบริษัทจะขยายการฉีดวัคซีน ไปยังกลุ่มนักศึกษาระดับมัธยมกลาง และมัธยมปลาย ก่อนเปิดปีการศึกษาใหม่

อ่านข่าวเพิ่มเติม