ดูหนังออนไลน์
Stock

‘ดาวโจนส์’ สดใส พุ่งเกิน 100 จุด ขานรับข้อมูล ‘การผลิต-บริการ’ แข็งแกร่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (21 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ขานรับข้อมูลกิจกรรมโรงงาน และบริการ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 34,248.24 จุด ทะยานขึ้นมา 164.09 จุด หรือ 0.48% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,160.72 จุด ปรับขึ้น 1.60 จุด หรือ 0.04% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,483.78 จุด ลดลง 51.95 จุด หรือ 0.38%

การพุ่งขึ้นของดาวโจนส์ในวันนี้ ได้รับอานิสงส์จากการที่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม

ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 68.1 ในเดือนพฤษภาคม  ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 63.5 ในเดือนเมษายน  โดยดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว ทั้งภาคการผลิตและบริการ

ดัชนี PMI ได้รับแรงหนุนจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ส่วนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจดีดตัวขึ้นขานรับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น อยู่ที่ 61.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 60.5 ในเดือนเมษายน ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น อยู่ที่ 70.1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 64.7 ในเดือนที่แล้ว

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นเกือบ 200 จุดเมื่อคืนนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐเมื่อเดือนมีนาคม 2563 นอกจากนี้ การดีดตัวขึ้นของราคาบิตคอยน์ยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยลดลง 2.7% สู่ระดับ 5.85 ล้านยูนิตในเดือนเมษายน  เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.09 ล้านยูนิต

ยอดขายบ้านมือสองได้รับผลกระทบจากราคาบ้านที่พุ่งสูง, สต็อกบ้านในระดับต่ำ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่ดีดตัวขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม