ดูหนังออนไลน์
Stock

ตลาดป่วน! วอลล์สตรีทผันผวน ปิดร่วง 164 จุด โยกเงินซื้อทองดันราคาขึ้น 5 วันติด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วง หลังเฟดรายงานผลการประชุมมีการถกเถียงเกี่ยวกับการลดวงเงินคิวอีลง หากเศรษฐกิจฟื้นตัวตามเป้าหมาย ขณะที่ทองคำพุ่งขึ้น จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

ดาวโจนส์ปิดเมื่อคืนนี้ ลดลงกว่า 100 จุด นักลงทุนกังวลธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีแนวโน้มจะลดการผ่อนคลายมนโยบายการเงิน แม้ยังไม่ระบุชัดเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่มีการกล่าวถึงการลดวงเงินซื้อพันธบัตร หรือ คิวอี ลง หากเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่เป้าหมายทางการเงินของเฟด

เฟดเปิดเผยรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 27-28 เม.ย. คณะกรรมการนโยบายการเงิน(FOMC) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% และยังคงเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)

แต่คณะกรรมการบางคนเห็นว่าน่าจะปรับลดลง แม้ว่าเฟดระบุว่าอยากเห็นอัตราเงินเฟ้อและการจ้างงานปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายก่อนที่จะตัดสินใจปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตร

ในช่วงต้นการซื้อขาย ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่อ่อนไหวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย แต่มีแรงซื้อกลับมาในช่วงบ่าย ก่อนจะปิดลดลงไม่มากนัก เนื่องจากตลาดมองว่าแม้รายงานของเฟดจะมีความกังวลการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่ใช้มานาน แต่ยังเป็นจุดยืนเดิมที่เคยประกาศไว้

  • ดาวโจนส์ ปิดลดลง 164.62 จุด หรือ 0.48% ปิดที่ 33,896.04 จุด
  • ดัชนี S&P 500 ลดลง 12.15 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 4,115.68 จุด
  • ดัชนี Nasdaq ลดลง 3.90 จุด หรือ 0.03% ปิดที่ 13,299.74 จุด

ราคาทองคำในตลาดโลก ขยับขึ้นอีกวัน เป็นวันที่ 5 จากนักลงทุนทุนซื้อ ภายหลังเกิดความปั่นป่วนในตลาดหุ้น และตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ที่ผันผวนอย่างหนัก โดยราคาบิตคอยน์ช่วงแรกการซื้อร่วงหนัก 31% แต่ทะยานขึ้น 33% ในช่วงบ่ายตามเวลาในสหรัฐ

  • ทองคำตลาดล่วงหน้า(COMEX) เพิ่มขึ้น 13.5 ดอลลาร์ หรือ 0.72% ปิดที่ 1,881.5 ดอลลาร์/ออนซ์ ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. 2564

น้ำมันในตลาดโลก ปิดร่วงลงกว่า 3% จากสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐเพิ่มขึ้น และความต้องการในตลาดโลกลดลง โดยเฉพาะในเอเชีย ที่เผชิญกับการระบาดของโควิด

  • น้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 2.13 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 63.36 ดอลลาร์/บาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. 2564
  • น้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ร่วงลง 2.05 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดที่ 66.66 ดอลลาร์/บาร์เรล

อ่านข่าวเพิ่มเติม: