ดูหนังออนไลน์
Stock

‘ดาวโจนส์’ ร่วง ผิดหวัง ‘ตัวเลขสร้างบ้าน’ ต่ำเกินคาด ยังกังวล ‘เงินเฟ้อ’

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (18 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลดลง หลังข้อมูลเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่า การเริ่มสร้างบ้านเดือนที่แล้ว ดิ่งลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และนักลงทุนยังคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อ 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 34,232.25 จุด ลดลง 95.54 จุด หรือ 0.28% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,158.92 จุด ปรับลงมา 4.37 จุด หรือ 0.10% และดัชนีแนสแด็ก ที่ 13,440.06 จุด บวก 61.01 จุด หรือ 0.46%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านดิ่งลง 9.5% ในเดือนเมษายน มาอยู่ที่ 1.569 ล้านยูนิต น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่า จะอยู่ที่ 1.710 ล้านยูนิต ผลจากการพุ่งขึ้นของราคาไม้ และวัสดุอื่น ๆ ในการสร้างบ้าน

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ปรับลดตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านในเดือนมีนาคม ลงมาอยู่ที่ 1.733 ล้านยูนิต จากเดิมรายงานที่ระดับ 1.739 ล้านยูนิต

อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ยังปรับลงมาไม่มากนัก เพราะได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใสของบริษัทในกลุ่มค้าปลีก

ขณะนี้ บริษัทมากกว่า 90% ในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ได้เสร็จสิ้นการรายงานผลประกอบการในไตรมาส 1 แล้ว โดยมีจำนวน 86% ที่รายงานตัวเลขกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่สูงเกินคาด ซึ่งเป็นตัวเลขสูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ที่ FactSet เริ่มรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2551

วอลมาร์ท ยักษ์ค้าปลีก รายใหญ่สุดในโลก, เมซีส์ ห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของสหรัฐ และโฮม ดีโป้  บริษัทจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านรายใหญ่สุดของสหรัฐ ต่างเปิดเผยกำไร และรายได้ ในไตรมาส 1 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อานิสงส์จากการที่ผู้บริโภคใช้จ่ายมากขึ้น หลังได้รับเช็คเงินสดจากมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19

ขณะที่ ราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันนี้ หลังจากดิ่งลงวานนี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

ตลาดจับตารายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 27-28 เมษายน ที่จะมีการเผยแพร่ในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังมีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเกินคาด

นายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟด สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า เขามีความพอใจต่อนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษของเฟดในขณะนี้ แม้ว่าเงินเฟ้อกำลังเร่งตัวขึ้น

“เรายังคงมีการจ้างงานต่ำเกินไป 8 ล้านตำแหน่ง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ทำให้เรายังคงมีช่องว่างในการใช้นโยบายการเงิน ที่ผ่อนคลายอย่างมากต่อไป”

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐ ยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ดีดตัวขึ้น 0.8% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนมีนาคม

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 4.2% ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2551 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมี.ค.

ตลาดกังวลว่า ตัวเลข CPI ที่พุ่งขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ จะทำให้เฟดชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ รวมทั้งลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

อ่านข่าวเพิ่มเติม