ดูหนังออนไลน์
Stock

‘IRPC’ กำไรไตรมาสแรก ปี 64 พุ่ง 5,581 ล้านบาท รับความต้องการตลาดโลกเพิ่ม

‘IRPC’ โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2564 กำไรสุทธิ 5,581 ล้านบาท รับความต้องการในตลาดโลกที่มากขึ้น ส่งผลบวกต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์

วันนี้ (12 พ.ค.) นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัท มีรายได้จากการขายสุทธิ 48,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 4 ปี 2563 มีกำไรสุทธิ 5,581 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,973 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน

สาเหตุสำคัญมาจาก ราคาขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 6,965 ล้านบาท (13.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13

สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ทั้งปิโตรเลียม และปิโตรเคมีส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) จำนวน 11,967 ล้านบาท หรือ 23.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 มีกำไรจากสต็อกน้ำมัน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นมากจากราคาเฉลี่ย 44.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในไตรมาส 4 /63 มาอยู่ที่ 60.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในไตรมาส 1/64

แนวโน้มภาวะตลาดน้ำมันดิบในไตรมาส 2 ความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากมีการกระจายของวัคซีนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐ ที่มีแนวโน้มคลี่คลายมากขึ้น ทั้งยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่า ประชากรมากกว่าร้อยละ 90 จะได้รับวัคซีนครบ 2 ครั้งภายในไตรมาส 2 แม้ตลาดยังคงมีความกังวลต่อการติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศอินเดีย ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่วนราคาน้ำมันดิบ คาดว่า จะทรงตัว เนื่องจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตร นำโดยประเทศซาอุดิอาระเบีย มีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการรักษาสมดุล ของตลาด โดยจะค่อยๆ ปรับเพิ่มปริมาณการผลิตในเดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฎาคม

ชวลิต ทิพพาวนิช

ทั้งนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามแนวโน้มของตลาดในอนาคต และอาจเข้าสู่สภาวะอุปทานตึงตัว (Tight Supply) ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 หลังจากที่ความต้องการใช้น้ำมัน ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว

แนวโน้มภาวะตลาดปิโตรเคมีในไตรมาส 2 คาดว่า ปริมาณความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี จะยังคงอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา จากการที่ตลาดหลักอย่างประเทศจีน มีการผลิต และส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่โรงงานต่าง ๆ ในประเทศจีน ได้กลับมาผลิตสินค้าอีกครั้ง ส่งผลให้แนวโน้มตลาดในภูมิภาคอาเซียนกลับมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตใหม่ที่อาจเพิ่มขึ้น รวมถึงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ทั่วโลกในปัจจุบัน ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย เป็นปัจจัยที่ต้องจับตามอง แม้การแพร่ระบาด จะทำให้เกิดการปรับตัวเข้าสู่พฤติกรรมการบริโภคยุค New Normal ซึ่งเป็นผลดีต่อความต้องการผลิตภัณฑ์กลุ่มโอเลฟินส์ และกลุ่มสไตรีนิกส์

นอกจากนี้ การแพร่กระจายของวัคซีน รวมถึงนโยบายอัดฉีดเงินสนับสนุนทางเศรษฐกิจ และการออกมาตรการกระตุ้น และสนับสนุน ภาคการผลิตจากภาครัฐ เป็นปัจจัยหลักที่มีความสำคัญต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม